media-top
media-top

 

เปิดฤดูกาลมาได้แค่เดือนเดียว พรีเมียร์ลีกก็ร้อนระอุกันแล้ว

 

หลังจากที่ทราบความเคลื่อนไหวจากทีมต่าง ๆ กันไปแล้ว เรามาดูผลงานของทั้ง 7 ทีมนี้กันดีกว่าว่า เมื่อมีการเปลี่ยนผู้จัดการทีม ปรับทีม เสริมทัพนักเตะกันไปแล้ว ผลงานของพวกเขานั้นเป็นไปตามเป้าหมายที่คาดไว้หรือไม่
  • ผลการแข่งขัน 4 นัดแรกของแชมป์เก่า เลสเตอร์ ซิตี้ มีทั้ง ชนะ เสมอ แพ้ นัดแรกที่เจอฮัลล์ ซิตี้ เลสเตอร์ที่เร่งเครื่องบุกหวังทำประตูตีเสมอ แต่จังหวะสุดท้ายก็ดูติดขัดไปหมด โดยเฉพาะเจมี่ วาร์ดี้ที่ยังแผลงฤทธิ์ไม่ออก ทำให้นัดแรกพวกเขาได้แพ้ให้กับ ฮัลล์ ซิตี้ 2-1,  ส่วนนัดที่ 2 ต้องเจองานหนักอย่างอาร์เซน่อล ก็ทำได้แค่เสมอกัน 0-0 โดยทั้งสองทีมโอกาสผลัดกันรุกผลัดกันรับพอ ๆ กัน, นัดที่ 3 ถึงจะได้รับชัยชนะจากสวอนซี ซิตี้ เริ่มเกมมาเป็นเลสเตอร์ที่สามารถบุกเข้าใส่ได้มากกว่า จนได้ประตูในนาทีที่ 32 และ 52 เก็บ 3 แต้มแรกในฤดูกาลนี้ได้สำเร็จ, ส่วนนัดที่ 4 พวกเขาต้องบุกไปเยือนลิเวอร์พูล แต่ก็ไม่สามารถต้านทีมเจ้าบ้านได้ไหว แพ้ไป 4-1 รวมผล 4 นัด เลสเตอร์ซิตี้ มี 4 คะแนน อยู่อันดับที่ 16 ของตารางการแข่งขัน

 

  • ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ส ผลการแข่งขัน 4 นัด โดยนัดแรกพบกับเอฟเวอร์ตัน และเป็นเอฟเวอร์ตันนั้นขึ้นนำไปก่อน มาครึ่งหลังสเปอร์สโหมบุกหนัก ทำให้เสมอเอฟเวอร์ตัน 1-1, นัดที่ 2 พบกับคริสตัลพาเลซ เกมในครึ่งแรกส่วนใหญ่เป็นทางฝั่งสเปอร์สทำเกมบุกเข้าใส่ได้มากกว่าแต่ยังทำประตูกันไม่ได้ ท้ายเกม สเปอร์สได้ประตูขึ้นนำจนได้ในนาทีที่ 82 จากการโหม่งของ วิคเตอร์ วานยาม่า ทำให้ชนะคริสตัล พาเลซไปอย่างเฉียดฉิว 1-0, ส่วนนัดที่ 3 พบกับลิเวอร์พูล ในครึ่งแรกรูปเกมของสเปอร์สค่อนข้างเป็นรอง และเสียประตูไปในนาทีที่ 43 ในครึ่งหลังสเปอร์สก็พยายามจะตอบโต้กลับบ้าง จนได้ประตูตีเสมอ ในช่วงท้ายเกม ทำให้เสมอกับลิเวอร์พูลไป 1-1, นัดที่ 4 พวกเขาบุกไปเยือนสโต๊ค ซิตี้ ซึ่งก็ไม่ใช่งานยากอะไร ถล่มไป 4-0  รวมผล 4 นัด มี 8 คะแนน อยู่อันดับที่ 4 โดยโปเช็ตติโน่ นั้นดูพึงพอใจกับผลการแข่งขันที่เกิดขึ้น

hd-gerard-deulofeu-everton-tottenham_l3n9c5ifahjz1n9ieuz50h4be

 

  • แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นหนึ่งในทีมที่ออกสตาร์ทได้ยอดเยี่ยม ด้วยการเก็บชัยชนะไป 4 นัดรวด อยู่อันดับที่ 1 ของตารางคะแนน การเจอกับ ซันเดอร์แลนด์ในนัดแรก แมนฯ ซิตี้ได้ประตูขึ้นนำเร็วตั้งแต่นาทีที่ 4 แต่ดันพลาดท่าโดนตีเสมอช่วงท้ายเกม แมนฯ ซิตี้ยังคงเดินหน้าบุกอย่างต่อเนื่อง จนได้ประตูขึ้นนำและทำให้ชนะซันเดอร์แลนด์ไป 2-1, นัดที่ 2 ก็ชนะสโต๊ค ซิตี้ 4-1 และนัดที่ 3 ชนะเวสต์แฮม ยูไนเต็ด ไป 3-1,นัดที่ 4 นั้น พวกเขาบุกไปเยือนแมนฯ ยู เพื่อทำศึกแมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ แมตช์ เป็นแมนฯ ซิตี้ ที่เล่นได้เหนียวแน่นและเฉียบคมกว่าแมนฯ ยู ทำให้เฉือนชนะไป 2-1 นำเป็นอันดับที่ 1 มี 12 คะแนน ฟอร์มการเล่น ระบบทีม และผลงานที่ผ่านมา ก็เป็นสัญญาณเตือนแล้วว่า แมนฯ ซิตี้นั้นพร้อมแล้วที่จะแย่งแชมป์กลับคืนมา

 

  • แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ภายใต้การคุมทีมของ มูรินโญ่ ก็สามารถคว้าชัยชนะได้ 3 นัดแรก แต่นัดที่ 4 ต้องแพ้ให้กับแมนฯ ซิตี้ คู่ปรับร่วมเมือง นัดแรกบอร์นมัท แมนฯ ยู อาศัยความผิดพลาดของคู่แข่ง ฉวยโอกาสขึ้นนำ 1-0 และบวกประตูได้เพิ่มอีก 2 ลูก ทำให้แมนฯ ยู ชนะบอร์นมัท 3-1, ในนัดที่ 2 พบกับเซาแธมป์ตัน ก็เป็นงานที่ไม่ยากลำบากนักสำหรับปิศาจแดง คว้าชัยชนะไป 2-0, นัดที่ 3 พบกับฮัลล์ ซิตี้ แมนฯ ยูต้องออกแรงจนถึงช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ถึงจะได้ประตูเฉือนชนะฮัลล์ ซิตี้ 1-0, นัดที่ 4 เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของแมนฯ ซิตี้ แมนฯ ยูนั้นโดนแมนฯ ซืตี้ นำไปก่อน 2-0 และได้ประตูคืนจากอิบราฮิโมวิช ในนาทีที่ 45 ครึ่งหลังด้วยรูปเกมที่เหนียวแน่นของแมนฯ ซิตี้ ทำให้แมนฯ ยูทำอะไรไม่ได้ จบเกมนั้น แพ้ไป 2-1 เป็นการคุมทีมแพ้นัดแรกของมูรินโย่ ทำให้มี 9 แต้ม อยู่อันดับที่ 3 ของตาราง

 

  • ส่วนทางด้าน เชลซี ก็เป็นอีกหนึ่งทีมที่ออกสตาร์ทได้ดี โดยเก็บชนะ 3 นัด เสมอ 1 นัด โดยนัดแรกชนะเวสต์แฮม ยูไนเต็ด 2-1 แบบหืดจับ, นัดที่ 2 ชนะวัตฟอร์ด แบบหืดจับเช่นกัน โดนวัตฟอร์ตขึ้นนำไปก่อน ทำให้เชลซีต้องไล่ยิงแซงมาเป็น 2-1, ส่วนนัดที่ 3 เล่นในบ้านตัวเอง สามารถถล่มเบิร์นลี่ย์ไป 3-0, นัดที่ 4 พวกเขาออกไปเยือน สวอนซี ซิตี้ โดยได้ประตูขึ้นนำก่อน จาก ดิเอโก้ คอสต้า ตั้งแต่ต้นเกม แต่ครึ่งหลังเป็นสวอนซี ได้ประตูตีเสมอและแซงนำไป 2-1 ทำให้เชลซีต้องออกแรงช่วงท้ายเกม และได้ประตูตีเสมอในนาทีที่ 81 จบเกม เสมอกันไป 2-2 ทำให้เชลซีมี 10 คะแนน อยู่อันดับที่ 2 โดยตามแมนฯ ซิตี้อยู่เพียง 2 คะแนน

 

  • อาร์เซน่อล เริ่มต้นฤดูกาลในแบบเดียวกับเลสเตอร์ ซิตี้ คือ ชนะ เสมอและแพ้ มี 7 คะแนน อยู่อันดับที่ 6 นัดแรกนั้น แพ้ให้กับลิเวอร์พูล โดยอาร์เซน่อลยิงนำไปก่อน 1-0 แต่กลับโดนลิเวอร์พูลยิงกลับทีเดียว 4 ลูก ทำให้ลูกทีมของเวนเกอร์ต้องเร่งเครื่อง ยิงคืนได้ 2 ลูก แต่ก็ไม่เพียงพอ ทำให้แพ้ไป 3-4, นัดที่ 2 ก็ยังคงเป็นงานหนักของอาร์เซน่อล ที่ทำได้แค่เสมอกับเลสเตอร์ ซิตี้ 0-0 แบ่งกันไปทีมละแต้ม, อาร์เซน่อลหาชัยชนะเจอในนัดที่  3 กับวัตฟอร์ต ที่ชนะไป 3-1, ในนัดที่ 4 พวกเขารับการมาเยือนของเซาแธมป์ตัน และเป็นทีมเยือนได้ประตูนำไปก่อน จากการทำเข้าประตูตัวเองของ ปีเตอร์ เช็ค ทำให้อาร์เซน่อลต้องมาไล่บี้ทีมเยือน จนได้ประตูตีเสมออย่างไม่ยากเย็น แต่ครึ่งหลังกลับไม่ใช่งานง่าย และการบุกครั้งสุดท้ายทำให้เจ้าบ้านได้ประตูจากลูกจุดโทษ ในนาทีที่ 90+4 ทำเอากองเชียร์ลุ้นกันหนัก แต่ก็เก็บชัยชนะไปได้ 2-1 รูปเกมของอาร์เซน่อลไม่ค่อยดีนัก เนื่องจากนักเตะตัวหลักอย่าง แดนนี่ เวลเบ็ค, แพร์ เมเตอร์ซัคเคอร์และโลร็อง กอสเซียลนี่ มีการบาดเจ็บอยู่ และนักเตะหลาย ๆ คนก็ยังไม่ฟิตเต็มถัง ทำให้เสียเปรียบคู่แข่ง และส่งผลต่อฟอร์มการเล่นที่ยังไม่เต็มร้อย

 

  • ลิเวอร์พูล เริ่มต้นฤดูกาลในแบบเดียวกับเลสเตอร์และอาร์เซน่อล ชนะ เสมอ แพ้ อยู่อันดับที่ 5 ถึงแม้ว่านัดแรกจะบุกไปชนะอาร์เซน่อลได้ 3-4 ด้วยการยิงทีเดียวสี่ลูก แต่อีก 2 นัดที่เหลือกลับไม่สามารถคว้าชัยชนะได้, นัดที่2 พวกเขาไปพลาดท่าแพ้เบิร์นลี่ย์ 2-0 แบบทำเกมบุกมากกว่า แต่กลับโดนทีเด็ด สวนกลับ ทำให้เสียประตูไป 2 ลูก, และนัดที่สามบุกไปเสมอกับสเปอร์ส 1-1 แม้ลิเวอร์พูลจะยิงประตูขึ้นนำได้ก่อน แต่ก็ไม่สามารถชนะได้ โดนสเปอร์สตีเสมอในช่วงท้ายเกม บ่งบอกถึงเกมรับที่ยังไม่ดีพอ, ในนัดที่ 4 ต้องเจอกับแชมป์เก่า เลสเตอร์ ซิตี้ แต่เหมือนจะไม่ใชงานยากอะไรสำหรับลิเวอร์พูล เพราะเอาชนะไป 4-1 จากการทำประตูของ โรแบโต้ ฟีร์มีโน่ 2 ลูก ที่ฟอร์มกำลังฮอตตั้งแต่เปิดฤดูกาลมา

 


 

จากสถานการณ์ที่มีการแข่งขันกันมา 4 นัด เราจะเห็นได้ว่า ทีมใน 7 ทีมนี้ต้องมาเจอกันบ้างแล้ว ทั้ง อาร์เซน่อลกับลิเวอร์พูล, เลสเตอร์ ซิตี้กับอาร์เซน่อล, สเปอร์สกับลิเวอร์พูล, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้, ลิเวอร์พูลกับเลสเตอร์ ซิตี้ ทำให้ต้องมาสู้กันเองตั้งแต่ต้นฤดูกาล แต่ผลการแข่งขันก็สูสี บ่งบอกถึงศักยภาพของแต่ละทีมที่ใกล้เคียงกัน ในการพบกันเองก็ผลัดกันแพ้ ผลัดกันชนะ อันดับในตารางก็ใกล้เคียงกัน

ผลการแข่งขันผ่านไป 4 นัด เป็นทางแมนฯ ซิตี้ เท่านั้นที่ยังสามารถทะลวงคู่แข่งได้ อย่างสบาย  ๆ ชนะ 4 นัดรวดและนำเป็นจ่าฝูงอยู่ ณ ตอนนี้ ส่วนทีมอื่นก็ตามมาติด ๆ เห็นจะมีแต่ทางแชมป์เก่า ที่ร่วงไปอยู่ อันดับ 16 เป็นการเริ่มต้นฤดูกาลที่ไม่ค่อยดีนักสำหรับแชมป์เก่า และพวกเขาก็ต้องพิสูจน์ตัวเองอีกครั้งว่าจะสามารถเป็นทีมที่มีลุ้นแชมป์ได้เหมือนฤดูกาลที่แล้วหรือไม่

โปรแกรมการแข่งขันของทั้ง 7 ทีม ในสัปดาห์ที่ 5 นี้ครับ

วันเสาร์ 17 ก.ย.

21:00  ฮัลล์ ซิตี้ พบกับ อาร์เซน่อล

21:00  เลสเตอร์ ซิตี้ พบกับ เบิร์นลี่ย์

21:00  แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พบกับ เอฟซี บอร์นมัธ

02:00 เชลซี พบกับ ลิเวอร์พูล

วันอาทิตย์ 18 ก.ย.

18:00  วัตฟอร์ด พบกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

22:30 ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ส พบกับ ซันเดอร์แลนด์