media-top

IT’S EASY TO BE MYSELF

media-top

“เป็นตัวของตัวเองเหนื่อยน้อยที่สุดแล้ว” นั่นเป็นคำพูดช่วงหนึ่งที่ ‘คัตโตะ’ – อารมณ์ โพธิ์หาญรัตนกุล นักร้องนำวงลิปตา (Lipta) กล่าวกับเรา พร้อมกับที่ ‘แทน’ – ธารณ ลิปตพัลลภ สมาชิกอีกคน พยักหน้าหงึกหงักเห็นด้วยอยู่ข้างๆ ซึ่งพวกเขาก็ยืนยันคำนั้นด้วยการทยอยหยอดมุกและตอบคำถามด้วยท่าทีสบายๆ ซึ่งเราอยากชวนคุณไปฟังเสี้ยวหนึ่งของความคิดและตัวตนของพวกเขาในวันนี้

อารมณ์ : จริงๆ แล้วเราไม่ใช่คนที่คิดว่า… อยากทำสิ่งนั้นสิ่งนี้แล้วจะได้ทำ อยากไปเล่นคอนเสิร์ตจังหวัดนี้จังเลยก็ได้ไป ไม่ใช่ เราไม่เคยได้เลือกหรอก คนดูเขาเลือกเรา ครั้งนี้ก็เหมือนกัน พอเวลาผ่านมาถึงช่วงหนึ่งที่เราไม่มีคอนเสิร์ตใหญ่มานานแล้ว ก็มีคนชวนเรามาจัดคอนเสิร์ตใหญ่ เขาเชื่อในความเป็นลิปตา พวกเราก็คิดว่า โอเค ลองทำดูก็ได้

อารมณ์ : พอเป็นคอนเสิร์ตใหญ่ของวงตัวเอง ก็ทำให้… รู้สึกกดดันมากเลยครับ ต้องเตรียมตัวเยอะ การแสดงต่อหน้าคนที่มาดูกว่า 7-8 พันที่นั่งไม่ใช่เรื่องง่าย มีเหมือนกันที่เรากลัวว่าพลังงานจะพอไหม ซึ่งสิ่งที่เราทำได้คือต้องเตรียมทุกสิ่งทุกอย่างเผื่อเอาไว้เยอะๆ

ธารณ : เราสองคนรู้ว่าตัวเองไม่ได้เก่งไปเสียทุกอย่าง ดังนั้น… อะไรที่คิดว่ามีคนมาช่วยได้ ก็ควรหาคนมาช่วย ตอนนี้สิ่งที่เราทำก็เลยเป็นการดึงศิลปินแต่ละคนที่เราชอบ แขกรับเชิญแต่ละคนที่คิดว่าน่าจะทำให้โชว์สนุกมาร่วมงาน ซึ่งการทำงานคือเราเอาตัวเองเป็นคนดูด้วย สมมติว่าถ้าไปดูคอนเสิร์ตใหญ่ของลิปตา เราอยากจะเห็นอะไรบ้าง โปสเตอร์อยากจะให้ออกมาเป็นอย่างไร

อารมณ์ : ในบทบาทของศิลปิน เรามองคอนเสิร์ตว่าเป็นเหมือน… งานปาร์ตี้ คือถ้าเป็นคอนเสิร์ตของคนอื่นเขาก็จะมีจุดเด่นที่ต่างไป แต่ลิปตามีจุดเด่นที่ผมอยากจะรักษาเอาไว้ก็คือความเป็นกันเอง นี่เป็นคอนเสิร์ตที่เราอยากให้คนดูเข้ามาแล้วรู้สึกเหมือนมาสังสรรค์ อยากจะคุย อยากจะพูดอะไรก็ทำ เราเองก็จะสนุกไปด้วย ไม่ได้อยู่ในกรอบอย่างเดียว

อารมณ์ : ผมว่าดีเอ็นเอของลิปตาคือ… ความเป็นกันเองและความคาดเดาไม่ได้นี่แหละครับ เพราะว่าเวลาที่เราทำอะไรขึ้นมา เราก็รู้สึกว่าอยากจะสนุกเองด้วย อย่างเพลงหรือโชว์ เราไม่เคยคิดว่าจะต้องเป็นอย่างไร ตัวของเราจะต้องโตขึ้นไหม มีภาพที่ต้องดูสวยงาม มีความเป็นนักดนตรีสูงขึ้นหรือเปล่า พวกเรารู้สึกว่าอะไรสนุกเราก็ทำมากกว่า

ธารณ : สมัย 4-5 ปีแรก ความเป็นลิปตาอาจจะยัง… ไม่ชัดเจนขนาดนี้ แต่ทุกวันนี้ผมคิดว่าลิปตาเริ่มเจอถนน เจอทางเดินของตัวเอง เรารู้สึกกันตลอดว่าทางนี้เราไปแล้วค่อนข้างสบาย ไปแล้วสนุกกับมัน

อารมณ์ : ตั้งแต่วันแรกงานทุกชิ้นของลิปตาเริ่มต้นมาจาก… ตัวของพวกเราเอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องภาพ เสียง ของที่กิน เสื้อผ้าที่ใส่ ก็เป็นของที่เราเลือกมาตั้งแต่วันแรก ทุกวันนี้ก็ยังเป็นอย่างนั้นอยู่ เรายังอยู่ในทุกกระบวนการที่มองเห็น และยังสนุกกับทุกกระบวนการ

ธารณ : ไลฟ์สไตล์เราสองคนค่อนข้างที่จะ… ไม่เหมือนกัน แต่ว่าเรื่องงานเราคุยกันลงตัว ไลฟ์สไตล์อาจไม่ตรงกัน แต่มันจะมีตรงกลางที่มาเจอกันได้ การทำวงผมคิดว่าถ้าเหมือนกันเกินไปก็ไม่ดี ไม่เหมือนกันเกินไปก็ไม่ได้

อารมณ์ : สิ่งหนึ่งที่เราเรียนรู้จากการทำวงลิปตาคือ… การทำงานเราต้องให้เกียรติกัน เพราะแต่ละคนก็จะมีทางของตัวเอง ผีเสื้อก็เกิดมาเป็นผีเสื้อ หมูก็เกิดมาเป็นหมู ช้างก็เกิดมาเป็นช้าง ทุกคนต้องมองเห็นว่าแต่ละคนมีความแตกต่างกัน ถ้าเรายอมรับความแตกต่างก็จะอยู่ด้วยกันได้

อารมณ์ : ถ้าเปรียบวงลิปตาเป็นอะไรสักอย่างในเวลานี้ เราคิดว่าคงเหมือน… ปลาการ์ตูน ไม่ค่อยยิ่งใหญ่มาก แต่ก็มีทางของมัน เป็นสัตว์ที่มีก็ดี ไม่มีก็อาจจะไม่เป็นไร แต่เป็นสิ่งหนึ่งที่สร้างสีสันให้กับวงการบันเทิงได้ระดับหนึ่ง

ธารณ : ผมดีใจอย่างหนึ่งว่า… ชีวิตนี้ผมได้ทำในสิ่งที่ตัวเองอยากทำ เราเป็นตัวเองไปเรื่อยๆ ลิปตาเป็นวงดนตรีที่เป็นตัวเองอย่างเต็มที่ อยู่บนเวทีคัตโตะพูดเก่งกว่าผมก็ไม่ได้แปลว่าผมต้องกลับไปคิดว่าทำอย่างไรให้พูดเก่งกว่าคัตโตะ วงเราเป็นตัวเองและทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ จนพอทำงานตรงนี้มาสิบกว่าปี ก็เริ่มมีกล้ามเนื้อ เริ่มแข็งแรงขึ้น และสามารถทำอะไรได้หลายๆ อย่างมากกว่าเดิม

อารมณ์ : พอมองย้อนดูตัวเองสิบกว่าปีที่ผ่านมา เราชอบตัวเองอย่างหนึ่งตรงที่… เราเข้าใจธรรมชาติของตัวเอง สมัยก่อนเราเหมือนคนที่ลงไปเล่นน้ำแล้วรู้สึกตลอดเวลาว่าจะจมน้ำไหม ในทะเลจะมีอะไรบ้าง มีแมงกะพรุนไหม จะเจอฉลามไหม ตอนนี้รู้สึกชอบที่เรามองลงไปแล้วเข้าใจธรรมชาติ ว่าทุกๆ วันมันต้องมีสิ่งที่สำเร็จบ้าง สิ่งที่ไม่สำเร็จบ้าง สิ่งที่ต้องเหนื่อยบ้าง สบายบ้าง แต่เรารู้ว่ายังไงก็จะอยู่ในทะเลนี้ต่อไป เพราะสุดท้ายก็จะมีทางของมันต่อไปได้เรื่อยๆ วันไหนออกไปเล่นน้ำได้ก็ได้ เล่นไม่ได้ก็ไม่ได้