media-top

THe rising star

media-top

ถ้าตัดสินจากความร่าเริงสนิทสนมโดยไม่รู้มาก่อนว่า ‘ฮัท’ – จิรวิชญ์ พงษ์ไพจิตร และ ‘จันจิ’ – จันจิรา จันทร์พิทักษ์ชัย เพิ่งได้มาร่วมงานกันเป็นครั้งแรกในภาพยนตร์เรื่อง อาม่า เราอาจคิดว่าทั้งสองเป็นเพื่อนร่วมก๊วนกันมานานแล้ว เคมีที่เข้ากันจะส่งผลให้ภาพยนตร์เป็นไปอย่างไรนั้นต้องติดตาม แต่เรื่องราวการทำงานสิ่งที่ทั้งคู่ได้เรียนรู้จากการทำงานในวงการบันเทิงนั้น พวกเขาพร้อมจะแบ่งปันให้เราฟังเดี๋ยวนี้แล

(จันจิ) ที่ตัดสินใจรับบทนี้เพราะ… ที่จริงพอพี่หม่ำ (เพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา) กับพี่จืด (บดีกร โลหะชาละ – ผู้กำกับ) ติดต่อมา จันจิก็รับเล่นเลยโดยยังไม่ได้ดูบท (หัวเราะ) ฮัทรับบทเป็น ‘ตี๋น้อย’ ลูกชายคนโปรดของอาม่า ส่วนเราเป็น ‘หยก’ หลานสาวของอาเหมา พ่อบ้านใหญ่หน้าตายที่ดูแลครอบครัวของอาม่ามาโดยตลอด เป็นการแสดงภาพยนตร์เต็มตัวเรื่องแรกของเรา

(ฮัท) เรื่องนี้เป็นภาพยนตร์แนวตลก ซึ่งก็เป็นครั้งแรกที่ผมได้มาร่วมงานกับพี่หม่ำและทีม ซึ่งพี่เขาเป็นกันเองมาก การทำงานก็เลยสบายๆ ไม่เครียด ต่างกับเรื่องที่แล้ว (แม่เบี้ย) ซึ่งเป็นดราม่าพีเรียด การทำงานก็เลยจะออกแนวจริงจังกว่า

(จันจิ) การถ่ายทำภาพยนตร์มีเสน่ห์ตรงที่… ความสมจริงค่ะ เราไม่ต้องแสดงออกมากเหมือนเวลาเล่นละครหรือซีรีส์ แต่ที่จริงเราก็ชอบงานแทบทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นมิวสิกวิดีโอ ละคร ซีรีส์ หรือภาพยนตร์ เพราะรู้สึกว่าแต่ละงานมันก็มีเสน่ห์ในแบบที่แตกต่างกัน

(ฮัท) ส่วนผมชอบความสมจริงและเป็นธรรมชาติของภาพยนตร์มากที่สุดครับ ละครบางทีเราต้องแอ็กติ้งให้ชัดเจน มีบทพูดเยอะ เพราะคนดูเราจากจอเล็กๆ ส่วนหนังฉายจอใหญ่กว่า สิ่งแวดล้อมของคนดูอำนวยกว่า ทำให้เห็นแต่ภาพไม่มีบทสนทนา คนดูก็สามารถเข้าใจการสื่อสารของเราได้

อาม่า
ภาพจาก Majorcineplex.com

(จันจิ) การเป็นดาราในยุคนี้ไม่ทำให้เราสูญเสียความเป็นส่วนตัวไปมากเท่าไหร่เพราะ… นักแสดงใหม่ๆ เยอะมาก แล้วยิ่งมีช่องทีวีดิจิตอล มีเคเบิลทีวีเพิ่มมาอีกมากมาย คนก็อาจจะไม่ได้ดูครบ อย่างจันจิเดินออกไปคนก็ไม่ได้รู้จักเราทุกคน แต่อาจจะรู้สึกว่าเราไม่ค่อยได้มีเวลาเป็นเด็กมากเท่าไร เพราะทำงานเร็ว เราเริ่มทำงานเป็นแดนเซอร์มาตั้งแต่แปดปีที่แล้ว ก็เลยไม่ได้มีโอกาสสนุกสนานกับเพื่อนๆ เท่าไหร่

(ฮัท) สำหรับผมคิดว่ามันอยู่ที่ว่าเราแบ่งเวลาในชีวิตยังไงมากกว่า ผมมีเวลาให้เพื่อน ให้ครอบครัว ให้งานได้เสมอ เพราะผมเชื่อว่าถ้าเราจัดการเวลาได้ เราก็สามารถรักษาสิ่งที่มันง่ายต่อการขาดหายไปจากชีวิตเอาไว้ได้

(จันจิ) ในยุคที่ดาราหน้าใหม่เกิดขึ้นได้ทุกวัน เราต้องพัฒนาตัวเองโดย… เรียนรู้เพิ่มในทุกๆ ด้าน พยายามให้ดีที่สุด เก็บเกี่ยวประสบการณ์แล้วเอามาพัฒนาตัวเองให้ได้มากที่สุด เพราะงานในวงการเดี๋ยวนี้ฉาบฉวย อย่างที่เขาพูดกันว่าแค่หน้าตาดีก็เป็นดาราได้ แต่เรารู้ตัวว่าหน้าตาเราไม่ได้ขายได้ขนาดนั้น แต่ที่มาทำงานนี้ได้เพราะเราได้รับโอกาส ดังนั้น ก็ต้องพยายามพัฒนาฝีมือต่อไป

(ฮัท) เราต้องพัฒนาตัวเองครับ ถ้าเรื่องแรกรู้สึกว่าเล่นดีแล้ว เรื่องต่อไปก็ต้องรักษามาตรฐานให้ได้เท่าเดิม หรือดียิ่งขึ้นกว่าเดิม ตอนนี้นอกจากเรียนแอ็กติ้ง ผมก็ยังต้องไปเรียนเต้นเพื่อรักษาความคล่องตัวของร่างกาย เผื่อเวลาเข้าฉากบู๊ รวมถึงฝึกวิปัสสนากรรมฐานเพื่อสร้างสมาธิ เพื่อให้สามารถโฟกัสกับตัวละครที่เราเป็นได้

(จันจิ) อยากไปเรียนเหมือนกัน เพราะเคยได้ยินมาว่าสมาธิช่วยให้เรามีสติในการใช้ชีวิตประจำวันมากขึ้น ซึ่งเรารู้ตัวว่าไม่ค่อยมีสติเท่าไหร่ ก็เลยอยากจะเรียนรู้บ้าง

(จันจิ) คำถามที่ถูกถามบ่อยที่สุดตั้งแต่ทำงานในวงการบันเทิงมาคือ… มีแต่คำถามที่ไม่ค่อยมีใครถาม ก็คือเรื่องงาน (หัวเราะ) ส่วนมากจะถามเรื่องส่วนตัว ความสัมพันธ์ แต่เราก็เข้าใจนะ ก็พยายามคิดว่าเป็นหน้าที่หนึ่งในการทำงานนี้ แต่บางทีก็อดรู้สึกไม่ได้ว่าสนใจงานหนูหน่อยเถอะนะคะ (ทำหน้าอ้อน) เพราะเราอยู่วงการนี้มาแปดปีแล้ว และตั้งใจทำงานเต็มที่มาตลอด

(ฮัท) ส่วนมากจะถูกถามเรื่องเซ็กซี่ แต่ตอนนั้นคงเป็นเพราะบทใน แม่เบี้ย บวกกับงานถ่ายแบบที่ออกมาช่วงหนึ่ง แต่ผมก็มองว่ามันเป็นงาน แล้วผมทำงานเต็มที่ ถ้างานมันต้องเซ็กซี่ผมก็เซ็กซี่ให้สุดล่ะ (หัวเราะ) คนก็อาจจะจะติดภาพไปช่วงหนึ่ง แต่พอเราไม่ได้รับงานแนวนั้นเหมือนคนก็ลืมๆ ไป ผมชอบนะที่คนไม่ติดภาพเรา แต่รู้สึกว่าเราเปลี่ยนบทบาทไปได้เรื่อยๆ เพราะนั่นแปลว่าเราเป็นนักแสดงที่ดี อยากเป็นเหมือนนักแสดงฮอลลีวูด เป็นแบบ ทอม แฮงก์ส ที่พอเขาเล่นหนังเรื่องใหม่คนก็จะบอกว่า โอ้โฮ จำแทบไม่ได้เลย

(จันจิ) นักแสดงที่ดีควรจะ… ใช้ชีวิตปกตินี่แหละค่ะ ไม่ต้องรู้สึกว่าตัวเองพิเศษกว่าใคร แต่เมื่อมาถึงหน้างานก็ต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ทำการบ้าน เตรียมตัวมาก่อน มีสมาธิกับงานและตั้งใจทำงาน

(ฮัท) ไม่เอาเรื่องส่วนตัวในชีวิตจริงมาเกี่ยวพันกับการแสดง มีสมาธิอยู่กับบท ก่อนเข้าฉากก็ควรโฟกัสกับตัวละคร ถ้าสามารถเป็นตัวละครได้ตลอดเวลาที่อยู่ในกองถ่ายได้ ไม่เล่นมือถือได้เลยก็จะดี ควรจะซ้อม หาข้อมูลศึกษาตัวละคร ว่าควรจะเล่นอย่างไร มองเห็น ได้ยินแบบไหน นักแสดงที่ดีควรเอาใจใส่ จริงจังกับงาน และเป็นคนดีครับ

THEIR WAYS

• ‘จันจิ’ – จันจิรา จันทร์พิทักษ์ชัย นักร้องสาวจากวงไกอาที่ทำงานในวงการบันเทิงมาแล้วหลายด้าน แต่มักจะมีข่าวเกี่ยวกับความสัมพันธ์ออกสื่อมากกว่าเรื่องงานจนเจ้าตัวออกปากน้อยใจ

• ‘ฮัท’ – จิรวิชญ์ พงษ์ไพจิตร นักร้องหนุ่มที่แจ้งเกิดจากเวที The Star 8 และมาโด่งดังอีกครั้งจากบทบาทในภาพยนตร์เรื่อง แม่เบี้ย รวมทั้งงานถ่ายแบบแนวเซ็กซี่บนหน้าปกนิตยสารต่างๆ

• จันจิและฮัทได้มาร่วมงานกันเป็นครั้งแรกในภาพยนตร์สยองขวัญปนเฮฮาเรื่อง อาม่า ในเครือสหมงคลฟิล์ม ซึ่งมีกำหนดฉายวันที่ 25 สิงหาคมนี้