PlanToysShop

ต้นไม้ 5 ชนิด ที่พิสูจน์แล้วว่า ช่วยรักษาอาการ Sick-building syndrome ได้ดีที่สุดเวลานี้

ต้นไม้ 5 ชนิด กับไอเดียตกแต่งน่ารัก (ภาพจากhttp://terrariumpictures.org)
ต้นไม้ 5 ชนิด กับไอเดียตกแต่งน่ารัก (ภาพจากhttp://terrariumpictures.org)
ต้นไม้ 5 ชนิด ที่จะช่วยให้ตลอด 8-10  ชั่วโมง (และบางทีก็มากกว่านั้น) ในที่ทำงานหรือคอนโด กลายเป็นสถานที่ที่เป็นมิตรต่อสุขภาพ
media-top

ข่าวดีของมนุษย์เมืองทั่วโลกก็คือ ทีมนักวิทยาศาสตร์แห่ง American Chemical Society ได้ประกาศการค้นพบครั้งใหม่ เกี่ยวกับการค้นพบต้นไม้ 5 ชนิด ที่สามารถดูดซับสารเคมีในอากาศและช่วยลดภาวะ Sick-Building Syndrome เช่น ปวดหัว ปวดตา เมื่อยล้า หดหู่ ง่วงนอน ขาดความกระตือรือร้น และมีอาการคัดจมูกหรือไอจามคล้ายภูมิแพ้ อันเกิดจาก VOCs (Volatile Organic Chemicals) หรือสารประกอบอินทรีย์ไอระเหยที่กระจายตัวอยู่ในอากาศ ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นบุหรี่ กลิ่นสี กลิ่นเฟอร์นิเจอร์ กลิ่นหมึกปรินท์ หรือกลิ่นอับจากเสื้อผ้านั่นเอง

ภาพจาก: http://cozyguide.com/
ไอเดียการตกแต่ง Terrarium (ภาพจาก: http://cozyguide.com/)

เพื่อลดอาการ Sick-Building Syndrome ที่องค์การอนามัยโลก (WHO) ยอมรับภาวะอาการนี้ไว้ครั้งแรกในปี 1983 ว่าส่งผลต่อการทำงานในตัวอาคาร แต่อาการจะดีขึ้นเมื่อออกไปนอกอาคาร ทีมนักวิทยาศาสตร์นำโดยด็อกเตอร์ Vadoud Niri จึงศึกษาถึงผลกระทบของ VOCs ทั้งในระยะสั้นและระยะยาวต่อสุขภาพ การติดตั้งเครื่องฟอกอากาศและเครื่องระบายอากาศอาจช่วยได้ระดับหนึ่ง แต่แนวคิดในการใช้ธรรมชาติเยียวยาสุขภาพของคนก็ยังคงได้ผลและมีราคาถูกกว่า งานวิจัยได้เปิดเผยถึงต้นไม้ 5 ชนิด ที่ผ่านการวิจัยค้นคว้าในห้องทดลองแล้วว่า สามารถลดสาร VOCS ในอากาศได้อย่างดี ส่วนจะมีอะไรกันบ้างมาดูกัน

ภาพจาก: http://www.loutosyasmeenflowers.com/
ภาพจาก: http://www.loutosyasmeenflowers.com/

1.Dracaena

  คนไทยคงคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีสำหรับต้นวาสนาหรือดราแคนา (Dracaena) พืชที่ไปกันได้ดีกับเมืองร้อนอย่างบ้านเรา พบมากในจังหวัดจันทบุรีและภาคใต้ของไทย จะปลูกลงดินก็งามหรือปลูกในกระถางแล้ววางไว้ในอาคารก็แสนมีประโยชน์ เพราะงานวิจัยพบว่า ช่วยดูดซับสารเคมีและกลิ่นของยาทาเล็บหรือน้ำยาล้างเล็บได้มากถึง 94% (จากการศึกษาทดลองมากกว่า 12 ชั่วโมง) ดูเหมือนหลายออฟฟิศจะมีเจ้าต้นไม้ชนิดนี้วางไว้อยู่แล้ว ถือเป็นข่าวดีและต้องบำรุงรักษาให้ดีเพื่อสุขภาพของตัวเราด้วยนะคะ

ภาพจาก:http://dottielouise.com/blog/repotting-plants-jade-plant
ภาพจาก:http://dottielouise.com/blog/repotting-plants-jade-plant

2.Jade Plant หรือ Crassula argentea

    ชาวโปแลนด์เรียกมันว่า ต้นไม้แห่งความสุข ขณะที่ชาวสโลวาเกียเชื่อว่า ต้นไม้ชนิดนี้จะนำความมั่งคังมาสู่ครอบครัว ส่วนในเมืองไทยเรียกว่า ต้นคลาสซูลา ต้นไม้สวรรค์ หรือต้นเงิน เป็นพืชที่ปลูกในร่มได้ดีและมีความอึดเป็นเลิศ จึงไม่ต้องดูแลมาก นิยมปลูกแบบบอนไซคือไม่โตและตกแต่งเพื่อความสวยงาม ผ่านการพิสูจน์ในห้องทดลองของด็อกเตอร์ Niri แล้วว่า ช่วยขจัดพิษและกลิ่นของสารโทลูอีน (สารปิโตรเคมีที่ได้จากการกลั่นน้ำมันและแก๊สธรรมชาติ ส่งผลให้ระคายเคือง กดประสาท หัวใจเต้นผิดจังหวะ และส่งผลต่อตับและไต) ที่อยู่ในกาวติดวอลล์เปเปอร์ ทินเนอร์ แลคเกอร์ และหมึกพิมพ์ได้มากถึง 91%

ภาพจาก: http://www.gardeningknowhow.com/
ภาพจาก: http://www.gardeningknowhow.com/

3.Spider Plant

ชื่อเรียกอย่างเป็นทางการคือ Chrolophytum comocum พอมาอยู่เมืองไทยเลยได้ชื่อว่า ‘เศรษฐีเรือนใน’ ไม้ประดับชนิดแรกที่ได้ชื่อว่า ขจัดสารเบนซินโทลูอีน (ethylbenzene) ได้ถึง 62% สาร p- Xylenes มากถึง 92% และสาร o-Xylene สูงสุดถึง 93% สารเคมีเหล่านี้พบในหมึกพิมพ์ ยางลบ สี กาว และน้ำมันเคลือบเงา ช่วยให้อากาศายในอาคารสดชื่นและลดสารเคมีตกค้างในร่างกายได้ดีขึ้น

ภาพจาก: http://www.proplants.com/
ภาพจาก: http://www.proplants.com/

4.Bromeliad

สัปปะรดสีแสนสวย มีชื่อเรียกว่า Guzmania lingulata เป็นผู้ช่วยในการขจัดสารเบนซินได้มากถึง 92% สารพิษที่อยู่ในเครื่องยนต์และควันบุหรี่ ทั้งยังมีประสิทธิภาพสูงในการขจัดสาร VOCs ภายในอาคารมากกว่า 80% ของสารเคมีจำนวน 6 ใน 8 อีกด้วย “นั่นเป็นเหตุผลที่คุณควรนั่งทำงานในออฟฟิศ หรือนั่งพักผ่อนภายในบ้านใกล้ๆ กับต้นไม้ชนิดนี้” Niri กล่าว

ภาพจาก: http://www.crafthubs.com/
ภาพจาก: http://www.crafthubs.com/

5.Cactus

กระบองเพชรที่มีดอกจิ๋วแสนน่ารัก เติบโตได้ดีในที่ที่มีแสงแดดจัด โดยเฉพาะพันธุ์ Caribbean Tree Cactus แม้จะไม่ใช้พืชที่ดีที่สุดในการขจัดหรือดูดซับสารเคมีตกค้างไนอากาศ เพราะสามารถดูดซับสารเคมีชนิดเดียวกับต้นเศรษฐีเรือนในได้มากกว่า 80% และดูดซับเบนซินได้ 60% แต่ก็ช่วยดูดซับสารเคมีในอากาศและยังน่ารักสดใสดูแลไม่ยากอีกด้วย

      ต้นไม้ทั้ง 5 ชนิดนี้อาจจะช่วยรักษาและดูแลสุขภาพกายของคุณได้อย่างดีก็จริง ส่วนสุขภาพใจหาซื้อไม่ได้ อย่าลืมดูแลจิตใจให้ปราศจากความเครียด และควรจัดตารางเวลาการทำงานให้ลงตัว ไม่จ่อมจมอยู่กับตารางงานที่แน่นเอี้ยดจนร่างกายและจิตใจเหนื่อยล้านะคะ

เรื่อง: สรรหามาเล่า