PlanToysShop

Living for Art

media-top

ในอดีต หากใครสักคนจะทำงานศิลปะขึ้นมาสักชิ้น ก็ต้องสร้างผลงานขึ้นในพื้นที่บ้านของตัวเอง หรือถ้ามีเงินทุนมากหน่อยก็อาจจะสร้างสตูดิโอส่วนตัวขึ้นมา ส่วนคนที่มีต้นทุนในการทำงานไม่มากก็อาจจะถอดใจ กลายเป็นข้อจำกัดที่ทำให้ศิลปะในบ้านเราขับเคลื่อนได้ช้า แต่ปัจจุบันมีพื้นที่ทางศิลปะหลายแห่งที่เปิดบ้านต้อนรับศิลปินให้สามารถเข้ามาใช้พื้นที่ในการสร้างสรรค์ผลงานได้อย่างอิสระ ขอเพียงแค่มีความมุ่งมั่น และตั้งใจจริง เราจึงพาคุณไปทำความรู้จักกับ 2 สถานที่ที่สนับสนุนคนทำงานศิลปะ โดยไม่เกี่ยงว่าจะเป็นศิลปินรุ่นเล็กหรือรุ่นใหญ่

เรื่อง : ทรรศน หาญเรืองเกียรติ
ภาพ : วงศกร ยี่ดวง

THAILLYWOOD
JITTANIT BHANICHVIT | RESIDENCY MANAGER
จิตตณิช พานิชวิทย์
จิตตณิช พานิชวิทย์

ขณะเดินทางจากกรุงเทพฯ เข้าสู่เมืองชลบุรีเพื่อมาเยี่ยมเยือน Thaillywood Artist Residency เราก็สงสัยมาตลอดทางว่า เพราะอะไรทีมงานจึงเลือกพื้นที่ห่างไกลเมืองมาสร้างเป็นสถานที่สำหรับสนับสนุนให้ศิลปินมาผลิตผลงานศิลปะ จนกระทั่งได้มาสัมผัสกับบรรยากาศอันแสนผ่อนคลาย รวมถึงได้พูดคุยกับ จิตตณิช พานิชวิทย์ หนึ่งในทีมงานหลักของที่นี่ ความสงสัยที่มีอยู่ทั้งหมดในหัวก็ถูกไขออกมาจนกระจ่างทันที

THE STARTING POINT :

img_5923เราก่อตั้ง Thaillywood Artist Residency ขึ้นมาอย่างเป็นทางการเมื่อปี ค.ศ. 2011 โดย Marie และ Hugues Taittinger ชาวฝรั่งเศส ซึ่งทั้งคู่ชอบสะสมผลงานศิลปะอยู่แล้ว และมีความคิดว่า แทนที่จะเอาเงินไปซื้องานศิลปะมาเก็บไว้อย่างเดียว ก็เอาเงินในส่วนนี้มาใช้สนับสนุนศิลปินที่น่าจับตามองให้สามารถผลิตผลงานศิลปะดีกว่า จึงทำ Thaillywood ขึ้นมา และที่เลือกพื้นที่ตรงจังหวัดชลบุรีนี้ เพราะอยากให้ศิลปินทำงานได้โดยไม่มีปัจจัยอื่นๆ เข้ามารบกวนสมาธิ โดยเราจะคัดเลือกศิลปินไทยและต่างชาติที่น่าสนใจ พิจารณาจากพอร์ตฯ ที่นำเสนอกับทางเราโดยตรง โดยเราวางคร่าวๆ เอาไว้ว่าจะเปิดพื้นที่ให้ศิลปินแต่ละคนทำงานเป็นระยะเวลา 3 เดือนโดยประมาณ

SPACE CONDITION :

img_6181

img_6056

สนับสนุนศิลปินแต่ละคนในเรื่องของการใช้พื้นที่ทั้งในส่วนของสตูดิโอ และที่พักอาศัย พื้นที่โดยรวมประมาณ 1 ไร่ แบ่งออกเป็นสตูดิโอสำหรับทำงานศิลปะ บ้านพักศิลปิน และเกสต์เฮาส์สำหรับรับรองศิลปินหรือแขกที่มาเยี่ยมเยือนดูแลจัดการต้นทุนในการทำงานให้กับศิลปิน รวมถึงจัดการเรื่องเอกสารต่างๆ ให้ และติดต่อกับแกลเลอรีต่างๆ ในกรุงเทพฯ และเชียงใหม่ ที่เป็นพาร์ตเนอร์กัน เพื่อให้ช่วยสนับสนุนผลงานของศิลปิน รวมถึงหาช่องทางติดต่อให้ศิลปินได้นำผลงานไปจัดแสดงยังต่างประเทศ หรือไปเป็น artist in residence ที่ต่างประเทศด้วย ส่วนที่เหลือก็อยู่แบบเพื่อนกัน บางวันก็ไปช่วยศิลปินยกของหรือจัดของบ้าง บางคืนดึกๆ ก็เสิร์ฟน้ำเต้าหู้ร้อนๆ ให้ หรือวันไหนว่างก็นั่งเล่นดนตรีริมสระว่ายน้ำด้วยกัน

HERE IS WHERE WE CREATE :

img_6123นอกเหนือจากการเป็นพื้นที่สำหรับสร้างงานศิลปะแล้ว เราคิดว่าที่นี่เป็นการสร้างทัศนคติแบบใหม่ขึ้นมาสำหรับคนทั่วไป ให้รู้สึกว่างานศิลปะไม่ใช่เรื่องยากหรือไกลตัว แต่สามารถจับต้องได้ เพราะที่นี่ก็จะมีเด็กๆ แวะเข้ามาเที่ยวอยู่เสมอ และพวกเขาก็เริ่มซึมซับศิลปะเข้าไปในตัวด้วย อย่างล่าสุดเราทำเวิร์กช็อปปั้นงานเซรามิก ปรากฏว่าเด็กๆ สามารถปั้นงานเซรามิกออกมาได้สวยงามน่าทึ่งมาก

ARTIST IN RESIDENCE :
KWANCHAI LICHAIKUL
ขวัญชัย ลิไชยกุล
ขวัญชัย ลิไชยกุล

เป็นเวลากว่าหนึ่งปีที่ ‘หยี’ – ขวัญชัย ลิไชยกุล เก็บกระเป๋าเดินทางมาทำงานศิลปะอยู่ที่ Thaillywood Artist Residency แห่งนี้ ซึ่งเขาได้ผลิตงานรูปวาดลายเส้นขาวดำขนาดใหญ่ขึ้นมาหลายชิ้น ทั้งที่ได้ถูกนำไปจัดแสดงแล้ว และบางส่วนที่อยู่ในระหว่างเตรียมการ การได้เข้ามาอาศัยอยู่ในพื้นที่ตรงนี้ นอกจากจะได้สร้างผลงานที่ตัวเองตั้งใจไว้อย่างเต็มที่และต่อเนื่องแล้ว การใช้ชีวิตร่วมกันระหว่างเขา ทีมงาน และศิลปินคนอื่นๆ ก็เป็นสิ่งมีค่าที่ได้เก็บเกี่ยวกลับไปด้วยเช่นกัน

THE STARTING POINT :

untitled-1การเข้ามาเป็นศิลปินในพำนักของที่นี่ เขาจะให้พื้นที่เราอาศัยและทำงานศิลปะเป็นเวลาประมาณ 3 เดือน แต่โปรเจ็กต์ของผมนั้นมีขนาดใหญ่หลายชิ้น และแต่ละชิ้นใช้เวลาค่อนข้างนาน ซึ่งแม้จะขยายระยะเวลาเป็น 5 เดือน ก็ยังไม่น่าจะทัน ผมจึงขอกับทาง Thaillywood ว่าขอเป็น 1 ปีเลยได้ไหม ซึ่งเขาก็ตกลง แต่ไปๆ มาๆ ตอนนี้ผมก็อยู่มาเกินปีหนึ่งแล้ว (หัวเราะ) ศิลปินทุกคนที่มาใช้พื้นที่ทำงานศิลปะที่นี่ก็จะมีข้อตกลงร่วมกันว่า จะบริจาคผลงานส่วนหนึ่งให้กับทาง Thaillywood ซึ่งสำหรับผมก็จะเป็นงานรูปวาดหนึ่งชิ้นซึ่งมีขนาดค่อนข้างใหญ่ ช่วงเดือนที่แล้วผมเพิ่งเอางานที่ทำเสร็จไปแสดงที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพ-มหานคร ในนิทรรศการฉายาลักษณ์สยาม

MADE IN SPACE :

img_6074ผมมีนาฬิกาไว้คอยจับเวลาต่อวัน ซึ่งผมต้องทำงานให้ได้วันละ 8 ชั่วโมง โดยจะนับเฉพาะเวลาที่เราทำงานศิลปะ ซึ่งบางวันเราอาจจะทำได้ไม่ถึง 8 ชั่วโมง แต่พอเราทำเป็นนิสัยก็จะรู้ว่างานคืบหน้าไปขนาดไหน ผมตั้งใจเอาไว้ว่าจะผลิตงานออกมาทั้งหมด 4 ชิ้นใหญ่ และอีกประมาณ 6 ชิ้นย่อย แต่ละชิ้นก็ขนาดค่อนข้างใหญ่ไม่แพ้กัน งานครั้งนี้ของผมจะเป็นภาพวาดลายเส้นด้วยหมึกดำ ผมจึงพูดถึงเรื่องของรูปทรงและเส้น ดังนั้น ผมจึงใช้สัญลักษณ์บางอย่างที่คนส่วนรวมเห็นแล้วตีความได้อย่างเช่น เหยี่ยวกับเป็ด ซึ่งในงานของผมก็สามารถพูดถึงเรื่องของชนชั้นได้เหมือนกัน

LIVING FOR ART :

img_6095เมื่อมาอยู่ที่นี่เราได้ฝึกวินัยในการอยู่ร่วมกับคนอื่น เพราะเราต้องแบ่งพื้นที่เพื่อใช้งานร่วมกับศิลปินท่านอื่นๆ ด้วย ซึ่งถ้าวางตัวไม่ดีหรือจัดระเบียบพื้นที่ไม่ดี โอกาสที่จะเกิดความขัดแย้งกันขึ้นมาก็มีความเป็นไปได้ โดยผมได้ทำงานร่วมกับศิลปินในพำนักของที่นี่คนอื่นๆ อย่าง อุเทน มหามิตร และ Helene Le Chatelier ซึ่งเหมือนทำให้เราได้กลับมาเรียนหนังสืออีกครั้ง ได้เจอเพื่อน ได้คุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน ซึ่งเราก็ได้เห็นความคิดอีกแบบ นอกจากนี้การอยู่ที่นี่ยังทำให้ผมได้เรียนรู้กระบวนการทำงานของศิลปินท่านอื่นๆ ว่าเขาทำงานกันอย่างไร ถือเป็นประสบการณ์ที่ดีมาก

HUBBA-TO
SIKHARIN LANGKULSEN | PROJECT MANAGER

ศิขรินทร์ ลางคุลเสน
ศิขรินทร์ ลางคุลเสน

วันนี้เราจะพาคุณเดินขึ้นไปที่ชั้น 3 ของคอมมูนิตี้มอลล์ในย่านอ่อนนุช เพื่อพบกับพื้นที่ของการสร้างสรรค์งานศิลปะในชื่อ HUBBA-TO โดยได้ ศิขรินทร์ ลางคุลเสน Project Manager ผู้คลุกคลีอยู่กับที่นี่ตั้งแต่เริ่มตั้งไข่ มาเป็นคนเล่าที่มาที่ไปเกี่ยวกับการเปิดรับ artist residency เพื่อให้คนรุ่นใหม่ได้มีพื้นที่สำหรับผลิตผลงานศิลปะ

THE STARTING POINT :

002HUBBA-TO คือการจับมือกันระหว่างโครงการแสนสิริ และโคเวิร์กกิ้งสเปซชื่อดังอย่าง HUBBA คอนเซ็ปต์หลักคือ เพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่สนใจเรื่องงานสร้างสรรค์ โดยที่ทุกคนสามารถทำสิ่งต่างๆ ที่ตัวเองสนใจได้โดยไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก อย่างการหาเตาเผางานเซรามิก หรือการทำห้องมืดสำหรับล้างฟิล์ม เพื่อที่เขาจะได้เอาเวลาตรงนั้นไปลองผิดลองถูกกับการทำงาน และเราอยากสนับสนุนศิลปินที่อยากได้พื้นที่ในการทำงานศิลปะ โดยเราจะเลือกจากคนที่รักและมีความมุ่งมั่นในการทำงาน ซึ่งเขาจะต้องเป็นคนที่พร้อมจะส่งต่อความรู้ให้กับคนอื่นๆ ด้วย

SPACE CONDITION :

img_6321เปิดพื้นที่ให้ศิลปินแต่ละคนไว้ประมาณคราวละ 4 เดือน สนับสนุนให้สร้างผลงานสำเร็จตามที่ศิลปินได้วางแผนไว้ กฎข้อเดียวคือ ภายใน 1 สัปดาห์ จะต้องมี 4 วันที่ศิลปินจะต้องทำหน้าที่ตามที่ร้องขอ เช่น คอยดูแลห้องที่ใช้ทำงาน ให้คำแนะนำกับทางทีมงานว่ายังมีอะไรขาดตกบกพร่อง เปิดคลาสสอนให้กับคนที่สนใจ หรือคอยให้คำแนะนำกับคนที่เข้ามาทำงานภายในพื้นที่นอกจากนี้ก็อยู่กันแบบเพื่อน ว่างๆ ทีมงานก็จะทำอาหารมาให้ทุกคนได้ลองชิม ถ้าตัวศิลปินอยู่ก็จะมาเป็นลูกมือให้กับพ่อครัว

HERE IS WHERE WE CREATE :

img_6335img_6375ศิลปินได้แลกเปลี่ยนความรู้ในการทำงาน เป็นการสร้างชุมชนสำหรับผู้ที่รักงานสร้างสรรค์และศิลปะ ไม่ว่าจะเป็นศิลปิน ทีมงาน หรือสมาชิกทั่วไปที่เข้ามาใช้บริการในพื้นที่

ARTIST IN RESIDENCE :
POLLASATE LOHACHALATANAKUL
พลเสฎฐ์ โลหะชาละธนกุล
พลเสฎฐ์ โลหะชาละธนกุล

จุดเปลี่ยนที่ทำให้ ‘ง้วน’ – พลเสฎฐ์ โลหะชาละธนกุล อดีตวิศวกรหนุ่มอนาคตไกล หันมาศึกษาอย่างเอาจริงเอาจังในเรื่องของการทำงานเซรามิกนั้นมาจากแก้วกาแฟแฮนด์เมดที่เขาเคยได้ดื่มตอนอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น หลายคนอาจไม่เชื่อ แต่วันนี้ชายหนุ่มกำลังเดินอยู่บนเส้นทางของการทำงานเซรามิกอย่างมุ่งมั่น โดยได้รับการสนับสนุนจาก HUBBA-TO ให้ได้มีพื้นที่สำหรับผลิตผลงาน เพื่อเตรียมส่งไปประกวดยังประเทศเกาหลีใต้ในเดือนนี้ด้วย

THE STARTING POINT :

003ตอนที่ผมได้ดื่มกาแฟที่อยู่ในแก้วเซรามิกซึ่งเป็นงานแฮนด์เมด ผมรู้สึกว่ากาแฟแก้วนี้หรือแม้แต่อาหารจานนี้อร่อยมาก ซึ่งความรู้สึกนี้ไม่ได้มีแค่ผมคนเดียวที่เป็น คนอื่นๆ หลายคนก็สนับสนุนความคิดนี้ ผมจึงศึกษาเรื่องนี้ และพบว่าคนญี่ปุ่นเขาเชื่ออย่างหนึ่งว่า ความงามของศิลปะคือเรื่องของการใช้งาน ดังนั้น จึงไม่แปลกใจว่าทำไมจึงมีคนยอมจ่ายเงิน 3,000 บาท เพื่อซื้อแก้วน้ำใบเดียว ผมจึงตัดสินใจไปเรียนเรื่องการทำเซรามิกที่บ้านดอยดินแดง จังหวัดเชียงราย และเมื่อเห็นทาง HUBBA-TO เปิดรับสมัคร artist residency จึงทำพอร์ตฯ ส่งมา และก็ได้รับการคัดเลือกให้เข้ามาใช้พื้นที่ตรงนี้

MADE IN SPACE :

img_6298img_6442ที่นี่มีอุปกรณ์ให้ผมใช้งานค่อนข้างครบ ทั้งเครื่องปั้น และเตาเผาเซรามิก ส่วนดินสำหรับปั้นผลงานนั้นผมจะเอามาเอง เพราะแม้ทางสเปซจะมีดินให้ใช้ แต่ก็เป็นดินคนละแบบกับที่เราอยากใช้ ส่วนตัวเคลือบงานเซรามิกเขาก็มีให้ แต่บางครั้งผมก็จะไปหาตัวเคลือบแบบอื่นมาทดลองใช้ด้วย โดยงานที่ผมตั้งใจจะทำนั้นเป็นไหเซรามิก ที่นำรูปทรงของศิลปะบ้านเชียงเมื่อสมัยหลายพันปีที่แล้วมาใช้ คือผมเชื่อว่าหากงานเซรามิกของบ้านเราซึ่งเก่าแก่ที่สุดในสมัยนั้นเป็นภาชนะที่ใช้งานได้เป็นอย่างดีแล้ว ถ้าเอามาใช้งานในปัจจุบันก็น่าจะยังเป็นภาชนะที่ดีได้เหมือนกัน ผมจึงเอาวิธีการทำเครื่องปั้นดินเผาของเขามาปรับปรุงให้มีความทันสมัยยิ่งขึ้น โดยใช้ความรู้เรื่องการเคลือบพื้นผิวของสมัยนี้มาใช้ แต่รูปทรงหรือการใช้งานก็ยังคงไว้ตามแบบเครื่องปั้นดินเผาบ้านเชียงเหมือนเดิม ซึ่งเป็นคอนเซ็ปต์ที่ผมตั้งไว้ คือการใช้งานโดยไร้กาลเวลา

LIVING FOR ART :

img_6417img_6263เงื่อนไขในการเข้าร่วม artist residency ของที่นี่มีอย่างเดียวคือ เราต้องทำเวิร์กช็อปให้กับคนที่สนใจอย่างน้อยหนึ่งครั้ง นอกจากนั้นก็คอยให้คำแนะนำกับคนที่เข้ามาใช้งานในห้องเซรามิก ซึ่งข้อดีที่ผมได้พบคือ เราได้เจอกับคนที่มีความ-สนใจคล้ายกัน แต่มีมุมมองที่ต่างกัน ซึ่งเป็นเรื่องดีที่เราได้แลกเปลี่ยนความรู้กัน และผมได้เอาตรงนี้มาใช้ในการพัฒนาผลงาน นอกจากนี้ผมยังมีความตั้งใจที่จะเปิดสตูดิโอผลิตผลงานของตัวเองในอนาคต การได้เข้ามาทำงานที่นี่จึงเป็นการเรียนรู้หาประสบการณ์ไปด้วยในตัว