media-top

TRAVELLING THERAPY 

วันนี้เราจะพูดถึงผู้หญิงคนหนึ่งผู้หญิงคนที่ทำให้เกิดรูปใบนี้และเป็นผู้หญิงคนเดียวกับคนที่ทำให้เราเกิดขึ้นมา
เธอเป็นลูกสาวคนโตในครอบครัวคนจีนแท้ๆ ที่อยู่ในขนบคำสอนแบบคนจีนมาตั้งแต่เด็กลูกสาวคนโตต้องทำทุกอย่าง ต้องช่วยอากงทำงาน ต้องช่วยดูแลทุกคนในครอบครัว เธอทำงานหนักเหมือนไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย แต่ความเหนื่อยก็ได้สร้างให้เธอเป็นผู้หญิงเก่งกว่าหลายๆ คนที่ฉันรู้จัก

เธอเติบโตมาพร้อมกับความกดดัน ทุกอย่างต้องเป็นไปตามแผนที่วางเอาไว้ ไม่เว้นแม้กระทั่งการแต่งงาน
เธอเริ่มแต่งงานตอนอายุ 25 จากระบบแม่สื่อ ซึ่งถือว่าช้ามากถ้าเทียบกับผู้หญิงเมื่อ 40 ปีที่แล้ว พ่อเราแอบชอบแม่มานานแล้วเลยให้ผู้ใหญ่ไปติดต่อ แต่เอาจริงๆ แม่เราไม่ได้รู้จักเขาเท่าไหร่หรอก แต่จากความดี ความขยันขันแข็งของพ่อ ทำให้แม่คิดว่าถ้าแต่งงานด้วย คนนี้น่าจะทำให้เธอมีความสุขได้มากที่สุด

แม่เคยบอกว่าถ้าเลือกได้ก็ไม่อยากแต่งงาน แม่อยากอยู่เป็นโสด มีโอกาสไปเที่ยว ได้ใช้ชีวิตในแบบของตัวเองมากกว่า เธอเหมือน independent girl ที่เกิดก่อนเวลาหลายปี เอาจริงๆ เราแอบเสียดายแทนแม่เหมือนกันที่ไม่ได้มีชีวิตแบบที่หวัง

แต่จะเสียดายอะไรได้ล่ะ ถ้าแม่ไม่ตัดสินใจแบบนั้น เราก็คงไม่มีโอกาสมาเขียนคอลัมน์นี้อยู่ตรงนี้หรอก
แต่แม่ก็ยังเป็นแม่ ยังทำหน้าที่ภรรยาและการเป็นแม่ได้ไม่ขาดตกบกพร่อง แม่อาจจะไม่ทันได้รู้สึกว่าความรักแบบหนุ่มสาวเป็นอย่างไร แต่ความรัก ความรับผิดชอบที่มีต่อคนในครอบครัว แม่ทำได้ไม่เคยบกพร่องแม้แต่นิดเดียว
จำได้ว่าแม่เริ่มทำกิจการซักแห้งจากโต๊ะตัวเดียว ตู้หลังเดียว จนตอนนี้ขยายหลายสาขา มีคนงานเยอะแยะ
เต็มไปหมด แถมยังส่งลูกไปเรียนเมืองนอกได้อีกด้วย

แต่ก็นั่นล่ะ ด้วยภาระของแม่ที่ต้องดูแลทุกคน แม่ต้องวางแผน ต้องจัดการอะไรหลายอย่าง ทำให้ความกดดันและ ความเครียดสะสมอยู่ในตัวแม่ตลอดเวลา แม่เหมือนฟองน้ำที่ซึมซับทุกอย่างเอาไว้กับตัวแล้วไม่ยอมคลายออกมา ทำให้หลายๆ ครั้งเราทะเลาะกับแม่อยู่บ่อยๆ ยิ่งเป็นลูกที่หันมาทำงานเป็นนักร้องในวงการบันเทิงที่ดูไม่ค่อยมั่นคงในสายตาของเธอ เราเคยทะเลาะกันหนักจนถึงขั้นคิดว่าไม่อยากเจอหน้ากันด้วยซ้ำ

ซึ่งนั่นกลายเป็นหนึ่งในความคิดที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตที่เราคิดมาเลยจนทุกวันนี้ลูกทุกคนเติบโต ดูแลตัวเองได้ มีคนคอยช่วยดูแลกิจการของครอบครัวต่อ ส่วนเราก็เริ่มพิสูจน์ตัวเองให้เขาเห็นได้ว่าถึงจะอยู่ในวงการนี้ แต่เราก็ดูแลตัวเอง
ดูแลเธอได้เหมือนกันนะ ตอนนี้แม่ไม่ต้องทำงานหนักเหมือนเมื่อก่อน กิจการดำเนินต่อไปได้อย่างราบรื่น สิ่งเดียวที่เธอต้องทำตอนนี้ก็คือช่วยพี่ชายเลี้ยงหลาน ดูเป็นงานสบายๆ ไม่เครียด ไม่กดดัน

แต่ความเครียดที่เคยสะสมไว้ก็ยังไม่หายไปไหนอยู่ดี แถมพอไม่ต้องทำงานหนักเหมือนเมื่อก่อนยิ่งกลายเป็นทำให้เธอรู้สึกเบื่อเพิ่มขึ้นมาอีกจนเรารู้สึกว่าปล่อยให้เป็นอย่างนี้ไม่ได้แล้ว เราต้องทำอะไรบางอย่างเพื่อทำให้ฟองน้ำที่เคยซึมซับทุกอย่างเอาไว้ คลายสิ่งที่ไม่ดีออกมาแผนการ Travelling Therapy เลยเริ่มขึ้นอย่างที่บอกไปตอนแรกว่าแม่เป็น independent girl ที่ชอบเที่ยวและรักอิสระ ปกติเธอจะซื้อทัวร์ไปเที่ยวต่างประเทศกับกลุ่มเพื่อนอยู่บ้าง

เราสังเกตได้ว่าเธอดูมีความสุขมากขึ้นทุกครั้งที่ไปเที่ยว เราเองก็ชอบไปเที่ยวอยู่แล้ว พอความชอบตรงกัน ทุกอย่างก็ไม่มีปัญหา เก็บกระเป๋าแล้วเดินทางได้เลยเราพยายามให้อย่างน้อยที่สุดใน 1 ปีต้องมี 2 ครั้งที่เราได้ไปเที่ยวด้วยกัน จะใกล้จะไกลได้หมด ตั้งแต่พัทลุง ภูเก็ต ไปต่างประเทศอย่างสเปน โปรตุเกส หรือญี่ปุ่นที่ต้องลากกระเป๋าเอง ขึ้นรถไฟ ไปรถทัวร์แบบไม่มีคนจัดทริปก็ไปมาแล้ว ผู้หญิงอายุ 65 แต่ยังเที่ยวแบบนี้ได้ก็ไม่ธรรมดาเหมือนกันนะเธอจนมาถึงทริปล่าสุด เป็นทริปเที่ยวสแกนดิเนเวีย

%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%9aที่เห็นในรูปคือเทือกเขาในประเทศนอร์เวย์ตามโปรแกรมดูพระอาทิตย์เที่ยงคืนที่ตั้งใจไว้ เราว่าที่นี่คือดินแดนในเทพนิยายจริงๆ มีทั้งทุ่งหญ้า เนินเขา ทะเล อากาศบริสุทธิ์ เดินๆ อยู่มีกวางมูสสีขาวกระโดดตัดหน้าไป โอ้โห เราคิดเลยนะว่าสวรรค์มีจริง สวรรค์ต้องหน้าตาแบบนี้ระหว่างนั่งชมบรรยากาศ แม่ก็พูดขึ้นมาว่า “เออ ชีวิตเราก็เท่านี้เนอะ วันนี้เราอยู่ตรงนี้ ตักตวงความรู้สึกตรงนี้ มีความสุขให้มากที่สุด แล้วพรุ่งนี้จะเป็นยังไงค่อยว่ากัน” สำหรับคนอื่นประโยคนี้อาจฟังดูธรรมดามาก แต่มันช็อกมากสำหรับเรา เพราะที่ผ่านมาชีวิตของแม่คือการวางแผน มีแผน 2 3 4 รองรับไว้เสมอ ตระหนกตกใจกับชีวิตตลอดเวลา

เพราะฉะนั้นความสุขที่เกิดขึ้นของเธอในตอนนี้ ถึงจะเป็นช่วงสั้นๆ แต่มันยิ่งใหญ่เหลือเกินถ้าเทียบกับความเครียดที่เธอเจอมาทั้งชีวิต และที่สำคัญคือความสุขนี้เกิดขึ้นพร้อมกับการมาเที่ยวกับลูกที่ดื้อที่สุดของเธอ
เราว่านี่ล่ะคือคำตอบ อาจจะไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้องที่สุด แต่อย่างน้อยก็ทำให้แม่เรามีความสุขได้มากที่สุดในตอนนี้
เหมือนรูปใบนี้ที่เธอถ่าย

ถึงแม้แสงจะมืดไปหน่อยองค์ประกอบก็ไม่สวย ท่าเดินก็ไม่ดี แต่ถ้ามันเป็นรูปที่แม่ถ่ายออกมาด้วยความสุขที่สุด แล้วคนถูกถ่ายก็มีความสุขที่สุด แค่นี้รูปใบนี้ก็กลายเป็นรูปที่สวยที่สุดแล้วใครที่กำลังมีปัญหาคล้ายๆ กันนี้อยู่ เราอยากให้ลอง
ใช้วิธีนี้ดู Travelling Therapy ช่วยได้จริงๆ ไม่ต้องไปเที่ยวไกลมากก็ได้ แค่ได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันบ้างแค่นั้นก็พอแล้ว
เชื่อเถอะ เพราะเราเห็น ‘ความสุข’ นั้นเกิดขึ้นกับตามาแล้วจริงๆ


ลุลา-กันยารัตน์ ติยะพรไชย
นักร้อง

portraitตอนนี้นอกจากการเป็นนักร้อง ลุลายังมีภารกิจสำคัญในการพาคุณแม่ไปเที่ยว เพื่อเยียวยาหัวใจที่เคยเครียดมาตลอดหลายสิบปีจากการทำงานหนักเพื่อดูแลครอบครัว จนวันนี้ถึงเวลาแล้วที่ลูกสาวคนที่ดื้อที่สุดจะกลับมาทำหน้าที่กอบกู้หัวใจที่เคยเหี่ยวเฉาของคุณแม่กลับคืนมา ด้วยศาสตร์ Travelling Therapy ที่เธอค้นพบตามแบบฉบับของตัวเอง


เรื่อง: กันยารัตน์ ติยะพรไชย

media-top