media-top

Classic with a Twist
ของ  เอก ทองประเสริฐ 

ชื่อของ เอก ทองประเสริฐ คุ้นหูในวงการนักออกแบบมานาน ด้วยผลงานออกแบบจิวเวลรีรูปทรงสร้อยเพชรคลาสสิกที่สร้างความน่าสนใจด้วยวัสดุแปลกตาอย่างซิลิโคนสีสันจัดจ้าน ต่อด้วย Curated แบรนด์เสื้อผ้าสำหรับสวมใส่กลางวันที่โดดเด่นด้วยความคิดสร้างสรรค์และความกล้าที่จะแตกต่าง และหลังจากเปิดตัวคอลเล็กชันใหม่ล่าสุดชื่อเดียวกับจิวเวลรี Ek Thongprasert ก็เป็นโอกาสดีที่จะได้พูดคุยเพื่อค้นหาว่า อะไรที่ทำให้ดีไซเนอร์หนุ่มคนนี้พัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่ง

 


ถ้าจะให้อธิบายความเป็นตัวเอง คิดว่าเราคงเป็น… ดีไซเนอร์ที่พยายามแหกกฎ
เพื่อค้นพบสิ่งใหม่ๆ เพราะเรามองว่า การอยู่ในกรอบมากเกินไปมันน่าเบื่อ มันไม่พัฒนาวงการออกแบบไปไหนเลย ย้อนกลับไปว่าเราเป็นสถาปนิก แต่กลับมาทำแฟชั่น ซึ่งเราก็มองว่าอุตสาหกรรมการออกแบบในปัจจุบันต้องไม่ใช่แค่จบแฟชั่นแล้วมาทำแฟชั่นอย่างเดียว เพราะเป็นสิ่งที่ไม่ผลักดันขอบเขตออกไป

ผมว่าความแตกต่างเป็นสิ่งสำคัญเพราะ… ในปัจจุบันโซเชียลมีเดียทำให้ข้อมูลข่าวสารล้นทะลัก แค่ในมือถือเราตอนนี้ก็มีข่าวการดีไซน์อัพเดตเข้ามาตลอด สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ทุกอย่างทั้งจากหนังสือหรืออินเทอร์เน็ตมันจะเข้าไปเก็บอยู่ในคลังสมองของคุณ แล้วเวลาที่ออกแบบ คุณก็จะเริ่มปล่อยมันออกมาทีละนิดๆ ถ้าหากสิ่งที่คุณปล่อยออกมาคือสิ่งที่คนอื่นคิดไปแล้ว มันก็ไม่ original แล้ว แต่ถ้าคุณพัฒนางานขึ้นมาโดยไม่ได้มองสิ่งเหล่านั้น มันจะสดกว่า ถ้าคอนเซ็ปต์ชัด คุณจะเริ่มออกแบบแตกต่างจากคนอื่น ผมถูกถามบ่อยมากว่าเรียนสถาปัตย์ทำไม แต่ต้องบอกว่าผมนำวิธีคิดจากการเรียนสถาปัตย์มาใช้ในงานแฟชั่นเยอะมาก

ไอเดียหลักๆ ที่หยิบมาใช้ในการออกแบบได้มาจาก… เวลาเราไปทำงานต่างประเทศ เราก็จะแวะไปพิพิธภัณฑ์หรือแกลเลอรีตลอด สำหรับเรา ศิลปะก็คือสิ่งที่ศิลปินต้องการสื่อบางอย่างสู่ผู้ชม ก็เหมือนกับแฟชั่นที่เป็นภาษาภาพอย่างหนึ่ง

แล้วเวลาที่เราดูประวัติศาสตร์แฟชั่น เราจะมองเห็นได้ว่าสังคมในยุคนั้นเป็นอย่างไร วิธีการนึกคิดของคนเป็นอย่างไร ก็เหมือนงานศิลปะที่เวลาดูภาพวาด เราจะรู้ว่าช่วงนี้มีการปฏิวัตินะ งานดีไซน์ทุกอย่างบ่งบอกถึงสภาวะทางสังคมในช่วงเวลานั้นๆ

วิธีการคิดของเราจะต่างจากนักออกแบบคนอื่นตรงที่… เป็นวิทยาศาสตร์ ทุกอย่างมีเหตุและมีผล มองว่าทุกอย่างเชื่อมกัน สงครามโลกครั้งที่ 2 จะไม่เกิดขึ้นถ้าไม่มีสงครามโลกครั้งที่ 1 งานดีไซน์เหมือนกัน เราก็จะตั้งคำถาม ตั้งสมมติฐานทางวิทยาศาสตร์ แล้วเราก็แปลงมันออกมาเป็นงาน อย่าง Curated จะเป็นงานเสียดสีสังคมเสียส่วนใหญ่ ตอนนั้นเราทำ ‘Mother Knows Best’ เป็นชื่อที่ล้อเลียนมาจาก Father Knows Best ซึ่งเป็นหนังสือที่ตีพิมพ์ในยุค 50s เพื่อบอกว่าพ่อเป็นคนที่รู้ดีที่สุด พ่อต้องเป็นผู้นำครอบครัว เราเลยมาตั้งคำถามใหม่ว่า จะเกิดอะไรขึ้นถ้าแม่บ้านลุกขึ้นมาครองโลก

Mother Knows Best เป็นคอลเล็กชันที่บ่งบอกตัวเรามากที่สุดเพราะ… เราจับเอาสิ่งที่มีอยู่ในบ้าน เช่น พาสต้า เครื่องสำอาง ลายถ้วยชามต่างๆ มาทำเป็นลายพรินต์เอา silhouette ยุค 50s ที่บ่งบอกถึงการกดขี่ทางเพศ เช่น เสื้อผ้าที่เข้าเอวจนกิ่ว การบานออกของสะโพก ซึ่งเป็นผู้หญิงในแบบที่ผู้ชายยุค 50s ชอบ เอามาเล่นใหม่โดยการปรับขนาดส่วนแขนให้ใหญ่กว่าปกติเพื่อบอกว่าผู้หญิงแข็งแรงได้ เพื่อให้มันสะท้อนถึงยุคที่ผู้หญิงเริ่มเข้าโรงงาน เริ่มเป็น working woman

เหตุผลที่แบรนด์ Ek Thongprasert เพิ่งทำแฟชั่นโชว์ครั้งแรกเพราะ… ตอนแรกทำแต่จิวเวลรี มีแค่ออกสื่อต่างประเทศ ส่วนใหญ่จะเป็นลงนิตยสาร ไลน์เสื้อผ้าก็มีแต่ Curated ลูกค้าจะเป็นกลุ่มคนที่ชอบศิลปะเสียมากกว่า เสื้อผ้าก็จะออกมาก็จะเป็นแนวทดลอง Ek Thongprasert ก็เลยยังไม่เคยทำแฟชั่นโชว์เป็นเรื่องเป็นราว แล้วช่วงหลังอยากลองมาทำตัว evening cocktail เป็นเสื้อผ้ากลุ่มที่เราไม่เคยจับแล้วก็ไม่แข่งกับแบรนด์ที่มีอยู่เลยกลายเป็น Ek Thongprasert ซึ่งเป็นเสื้อผ้าแบบทางการ เน้นกลุ่มลูกค้าที่มีความ-
อนุรักษ์นิยม

แฟชั่นโชว์คอลเล็กชันนี้ของ Ek Thongprasert เราตั้งใจทำให้ออกมาเป็น…
เพนต์เฮาส์คล้ายๆ กับ Fifty Shades of Grey ให้ได้ภาพลักษณ์ของคนมีเงิน ซึ่งในความ-มีเงินนั้น เขาซ่อนความดิบบางอย่างไว้หลังประตูห้องส่วนตัว ซึ่งสถานที่ที่เราใช้มันเป็นชั้นใต้ดิน ให้ความรู้สึกแบบยุคกลางหน่อยๆ มีถังไม้เป็นผนัง บวกกับแนวคิดที่ว่า จากเดิมทีผู้หญิงที่ประสบความสำเร็จจะต้องแต่งงานมีครอบครัว กลายเป็นว่าเทรนด์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันคือผู้หญิงเริ่มที่จะสนุกกับการใช้ชีวิตเช่นเดียวกับผู้ชาย ถ้าผู้ชายไปเที่ยวบาร์ได้ ผู้หญิงก็ไปได้ มีเงิน มีเพื่อน ไปเที่ยว ไม่จำเป็นต้องรอสามีอีกต่อไป

ดีเอ็นเอของแบรนด์เราคือ… What is Luxury ดังนั้น เวลาที่เราเล่น หรือทำคอนเซ็ปต์อะไรขึ้นมาจะต้องมีความขัดแย้ง ต้องมีสององค์ประกอบที่ขัดแย้งซึ่งกันและกัน เราอาจจะเลือกใช้รูปทรงที่บ่งบอกถึงความหรูหรา และในขณะเดียวกันเราต้องมีวัสดุที่บ่งบอกถึงความประหยัดเข้ามาเพื่อให้มันขัดกัน เช่น ถ้ารูปแบบเป็นเพชร วัสดุที่ใช้ก็จะเป็นซิลิโคน หรืออย่างตัวที่อยู่ในแฟชั่นโชว์ เป็นคอนเซ็ปต์ Aggressive Luxury ก็จะเป็นวัสดุดั้งเดิมเลยคือโลหะกับพวกคริสตัล แต่เราทำให้มันขัดกันด้วยวิธีการใส่ซึ่งไม่ใช่วิถีปกติ เช่น การเจาะ ที่ปกติเราจะไม่เห็นผู้หญิงในลุกส์ชั้นสูงเจาะจมูก หรือเจาะที่อื่นตามร่างกายมากกว่าหู เป็นต้น

เหตุผลที่เรายึดคอนเซ็ปต์ What is Luxury เป็นหัวใจหลักของแบรนด์เพราะ… เราอยู่ใน Luxury Industry ซึ่งมันไม่ใช่ปัจจัย 4 สินค้าลักชัวรีคือสิ่งที่อยู่บนยอดพีระมิด ผู้บริโภคก็คือคนที่มีเงิน ฉะนั้น ถ้าเราทำ Traditional Luxury เลย แต่เราไม่ได้มีประวัติศาสตร์แบบอิตาลีที่ทำจิวเวลรีมาเป็นร้อยปี ส่งผ่านกันมารุ่นต่อรุ่น แล้วเราเป็นใครล่ะ เราเป็นประเทศใหม่ที่ไม่ได้อยู่ในแผนที่ด้านแฟชั่นด้วยซ้ำ เราต้องสร้างจุดเด่นด้วยสิ่งที่เรามีจากมุมมองของเราขึ้นมา เพื่อให้เกิดความแตกต่างออกไปให้ได้


HIS WAY

• เอก ทองประเสริฐ จบการศึกษาจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แล้วเดินตามความฝันด้วยการไปศึกษาต่อที่ Fashion Department of Royal Academy of Fine Arts Antwerp ประเทศเบลเยียม และได้รับรางวัลระดับสากลมาแล้วมากมาย
• ปัจจุบันผลงานของแบรนด์ Ek Thongprasert และ Curated มีวางจำหน่ายทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐ-อเมริกา ยุโรป เอเชีย ออสเตรเลีย
และตะวันออกกลาง โดยเพิ่งเปิดตัวคอลเล็กชัน Formal Ware ล่าสุดภายใต้ชื่อเดียวกับจิวเวลรี EK Thongprasert ไปเมื่อวันที่ 16 มิถุนายนที่ผ่านมา


ที่มา
เรื่อง : วรรณวนัช ท้วมสมบูรณ์, รพีพร มโนมัยวงศ์  
ภาพ : กฤตธกร สุทธิกิตติบุตร

media-top