1About Time สิ่งสวยงามของความทรงจำ

ถ้าความงามของชีวิตหมายถึงการเรียนรู้และเติบโตไปตามลำดับก้าวย่าง ชีวิตของ มาริโอ้ เมาเร่อ ก็เติบโตขึ้นตามแบบแผนอย่างที่คนประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานควรจะเป็น จากพระเอกใสหน้าซื่อใน รักแห่งสยาม (2550) เติบโตเป็นพระเอกหนังพันล้านที่สาวกรี๊ดในระดับเอเชีย แต่สิ่งที่เราพบว่าแตกต่างและเฉพาะตัวคือการใช้ชีวิตอย่างลูกผู้ชายที่ทั้งหมดหล่อหลอมและถอดแบบโดยมีแรงบันดาลใจมาจากพ่อ หลายปีที่พูดคุยกันมา โอ้เป็นทั้งนักสะสม เป็นหนุ่มหล่อผู้ชื่นชอบงานวินเทจ โดยเฉพาะรถโฟล์ก และไหนๆ Take Me Home สุขสันต์วันกลับบ้าน หนังเรื่องล่าสุดของเขาจะพาเรากลับบ้านพร้อมกับตัวละครความจำเสื่อม แต่กลับกัน สำหรับพระเอกลูกครึ่งไทย-เยอรมัน พร้อมวัยที่ไม่น่าเชื่อว่าอีกไม่กี่ปีจะ 30 (ซึ่งเจ้าตัวย้ำมาว่าอย่าไปเน้น!) โอ้บอกว่าความทรงจำและเรื่องราวระหว่างเขากับพ่อมีค่ากับเขามาก และเชื่อเถอะว่ามันอบอุ่นพอจะทำให้เรารู้จักมุมในชีวิตลุยๆ ประสาลูกผู้ชายอย่างเขามากขึ้นแน่ๆ

ห่างจากงานภาพยนตร์ไป 3 ปี พอรู้ว่ารับเล่น Take Me Home สุขสันต์วันกลับบ้าน ของก้องเกียรติ โขมศิริ รู้ทันทีว่าเป็นงานที่น่าสนใจแน่ๆ
“ก่อนจะรับเล่นเรื่องนี้ ผมชื่นชอบผลงานของพี่โขม (ก้องเกียรติ โขมศิริ) อยู่ก่อนแล้ว จำได้ว่าครั้งแรกแกมานั่งเล่าให้ฟัง เอาบทมาให้อ่าน ผมก็ชอบ รู้สึกว่ามันเป็นบทที่ท้าทาย เพราะยังไม่เคยได้เล่นบทแบบนี้เลย ต่อให้เคยเล่นหนังผี แต่ที่ผ่านมามันไม่ใช่หนังผีแบบนี้ที่เราต้องเอาตัวเองไปแบกหนังไว้ทั้งเรื่อง และสิ่งที่ต้องเจอในหนังก็หนักมาก ผมเลยอยากลอง

“อีกอย่างผมชื่มชมผลงานของพี่โขมด้วย เราได้ดู ลองของ (2548) ดูหนังอีกหลายๆ เรื่องของพี่โขมมาตั้งนาน วันหนึ่งพอได้มาเล่นหนังที่เขากำกับก็ดีใจ แล้วตอนถ่ายก็สนุกมาก คิดว่าพี่โขมต้องเป็นคนพลังเยอะแน่ๆ แล้วก็จริงอย่างนั้นเลยครับ ทำงานด้วยกันไป ผมได้เรียนรู้อะไรจากแกเยอะมาก พี่โขมสอนว่าเราต้องเต็มที่กับงานที่เราทำ ต้องรักในสิ่งที่เราทำ ทำแล้วมีความสุข งานมันถึงจะออกมาดี แล้วพอผมเห็นสิ่งที่เขาทำ มันก็พิสูจน์คำพูดได้เลย เพราะการถ่ายหนังเรื่องนี้มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ทุกคนเหนื่อย ทีมงานเหนื่อย ผมก็เหนื่อยนะ เพราะมันเป็นงานที่ต้องใช้พลังงานเยอะ ยิ่งการแสดงกับสิ่งที่เรามองไม่เห็น มันต้องใช้จินตนาการเยอะ

“ด้วยตัวบทที่ยาก ตอนแรกเราก็ยังหาคาแร็กเตอร์ของเราไม่ได้ แบ็กกราวนด์ของตัวละครค่อนข้างจะซับซ้อน เพราะ
เขาเป็นคนความจำเสื่อม ทั้งพี่โขม ทั้งหม่อมน้อย (หม่อมหลวงพันธุ์เทวนพ เทวกุล) ท่านก็ช่วยอธิบายว่าคนจำไม่ได้ จริงๆ มันก็ไม่ใช่ว่าจำอะไรไม่ได้เลย ลึกๆ ยังพอจำได้ แต่มันแค่นึกไม่ออกว่ากูเป็นใครวะ เหมือนคนที่ลืมกุญแจรถ คือรู้ว่ากุญแจดอกนี้มันมีอยู่แน่ๆ รู้ว่าวางเอาไว้ที่บ้าน แต่จำไม่ได้ว่าวางไว้ตรงไหน”

รู้สึกในเรื่องจะจำได้แค่ว่าตัวเองชื่อ ‘แทน’
“ใช่ครับ แทนเป็นคนความจำเสื่อมเพราะได้รับอุบัติเหตุ เขาเลยถูกส่งมารักษาที่โรงพยาบาล พอฟื้นขึ้นมาก็ไม่รู้ว่าตัวเองไปโดนรถชนมาจากที่ไหน จำเรื่องเกี่ยวกับตัวเองไม่ได้ จำได้แค่ชื่อ เพราะชอบมีเสียงหลอนมาตลอด คอยเรียกชื่อว่า ‘แทน’ เขาก็เลยคิดว่าตัวเองชื่อแทน โดยที่ไม่รู้ด้วยว่าตกลงชื่อแทนจริงหรือเปล่า และไม่มีใครติดต่อหรือตามหาเขาเลย แทนมันอยากกลับบ้าน พยายามจะหาอย่างเดียวว่าตัวเองเป็นใคร มาจากไหน ครอบครัวเป็นใครทำไมเขาทิ้งกู ทำไมเขาไม่มาหากูบ้างเลยวะ อยู่โรงพยาบาลมา 10 ปีแล้ว แต่ก็ยังหาใครไม่เจอ

“ผมว่าลึกๆ แล้วมันค่อนข้างเศร้า เพราะแทนไม่ได้เป็นคนมีความสุข เขาพยายามตามหาครอบครัว ตามหาความรัก ความอบอุ่น เพราะอยู่ที่โรงพยาบาลก็คงไม่ได้รับความอบอุ่นอะไรขนาดนั้น”

อาจจะผ่านงานมาเยอะ แต่พอถึงเวลาเริ่มต้นเรื่องใหม่ ดูเป็นคนพยายามหาความท้าทายใหม่ๆ ให้ตัวเองอยู่ตลอดนะครับ
“ใช่ครับ โอ้อยากจะหาอะไรแปลกใหม่ขึ้นเรื่อยๆ โอ้เลือกงานที่จะทำ เพราะถ้าเรารับทำทุกอันที่เข้ามา มันก็จะไม่ได้ลองเล่นอะไรใหม่ๆ ที่เรายังไม่เคยได้เล่น ฉะนั้นเวลาที่มีงานเสนอเข้ามา โอ้จะค่อยๆ ดู แล้วไม่ได้ดูแค่คนเดียว มีผู้ใหญ่คอยช่วยดูให้ด้วย ทั้งผู้จัดการโอ้ ทั้งหม่อมน้อย”

เรื่องท้าทายที่สุดสำหรับคนเป็นนักแสดงคือโมเม้นต์แบบไหนบ้างครับ
“ท้าทายที่สุดตลอดมาเลยนะครับ ไม่ใช่แค่เรื่องแรกหรือเรื่องนี้ เพราะทุกครั้งที่เล่นเรื่องใหม่ โอ้ก็ต้องหาคาแร็กเตอร์ใหม่ พยายามจะเปลี่ยนคาแร็กเตอร์ หาคาแร็กเตอร์ให้กับบทที่ตัวเองได้มา ซึ่งโอ้ว่ามันคือเรื่องยากที่สุด เพราะถ้าหาเจอแล้วมันก็สบาย เราจะพูดจาหรือทำท่าอะไรมันก็เป็นตัวนั้น แต่ถ้าหาไม่เจอ โอ้เล่นไปแบบเป็นตัวเอง คนก็คงจะเบื่อเร็ว เพราะหน้าที่ของโอ้ที่ทำงานอยู่ตรงนี้คือการแสดง คือบางทีก็หาไม่เจอนะ แต่มันก็ต้องพยายามหา ต้องพาตัวเองไปให้ได้”

 

ย้อนกลับ