media-top

DRUM SURF, FIRST TIME 1 นาทีที่ได้ยืนอยู่ข้างหน้า 

หลังจากรวมตัวเป็นวง Getsunova มาเกือบ 10 ปี ตระเวนทัวร์คอนเสิร์ตทั่วประเทศนับตัวเลขกลมๆ น่าจะ
หลายร้อยครั้ง ทุกคนในวงทั้งร้อง ทั้งดีด ทั้งตี ตัวโน้ตซ้ำๆเพลงเดิมๆ จนช้ำไปตามๆ กัน ช้ำทั้งมือ ช้ำทั้งความรู้สึก โดยเฉพาะช่วงหลังๆ ที่เริ่มมีงานโชว์มากขึ้น ทุกคนต้องใช้ชีวิตกินอยู่หลับนอน ขึ้นเครื่องบิน ลงรถตู้ ออกโชว์วนลูปซ้ำไปมาไม่มีวันหยุด ยอมรับว่าหลายๆ ครั้งผมต้องขึ้นไปตีกลองพร้อมกับเสียง
ในหัวว่า ‘อีกแล้วเหรอวะ’ ที่ดังซ้ำๆ อยู่ตลอดเวลา

ถึงจุดที่พวกเราต้องกลับมาคุยกันอย่างจริงจังว่าปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้ ต้องหาทางทำอะไรสักอย่างเพื่อลบภาวะที่ว่าออกไปให้ได้ เสียง ‘อีกแล้วเหรอวะ’ เกิดขึ้นกับพวกเรายังไม่เท่าไหร่ แต่จะปล่อยให้เสียงนั้นเกิดขึ้นกับคนดูของเราไม่ได้เด็ดขาดแต่ละคนแยกย้ายไปหาไม้เด็ดกันมาอย่างเต็มที่ ฝ่ายเอ็นเตอร์เทนเนอร์เบื้องหน้าอย่างพี่เนม นต นาฑี ไม่มีปัญหา เพราะการหาวิธีเล่นกับคนดูคือสิ่งที่พวกเขาทำกันมาตลอดชีวิต อาจจะยกเว้นนาฑีที่มีมาดนิ่งเป็นชีวิตจิตใจไว้คนนึง (ถือว่านั่นคือวิธีเอ็นเตอร์เทนคนดูของมันก็แล้วกัน) จะวิ่ง จะร้อง จะตะโกน จะบิลท์กันอย่างไรก็ยังพอมีช่องทางให้ทำ
ได้อยู่

แต่กับมือกลองที่ยืนอยู่ข้างหลังมาตลอดอย่างผมสิครับ วันๆ ได้แต่ก้มหน้าตีกลองหรือไม่ก็เงยหน้ามามองดูเพื่อนๆ เล่นสนุกกับคนดูอยู่ข้างหลัง โชคดีหน่อย นตหรือพี่เนมก็อาจจะวิ่งมาเล่นด้วยบ้าง (เอ๊ะ อันนี้ฟังดูไม่ค่อยเหมือนคน เหมือนเป็นตัวอะไรสักอย่างมากกว่า) เวลาสนุกก็สนุกอยู่คนเดียว จะให้โบกมือเรียกเพื่อนๆ มาเล่นด้วยก็ยังไงอยู่

ผมเลยต้องกลับมาทำการบ้านอย่างหนัก เปิดคอนเสิร์ตของวงดนตรีที่ชอบทั้งไทยและต่างประเทศดูแล้วคิดตามว่าอะไรคือสิ่งที่ตัวเองอยากทำมากที่สุด จนไปเจอคลิปคอนเสิร์ตของวง Twenty One Pilots ที่อยู่ดีๆ ทีมงานก็ยกชุดกลองออกจากที่วางแล้วส่งไปให้คนดูช่วยกันยก แล้วพี่มือกลองก็ลงไปนั่งแล้วหวดกลองกันบนหัวคนดูดื้อๆ แบบนั้น แล้วคนดูก็เฮ กระโดดโยกกันอย่างสนุกสนาน ความรู้สึกตอนนั้นเหมือนเจอแสงสว่างวาบขึ้นมาที่ปลายอุโมงค์

‘แต่จะมีคนเล่นกับเราเหรอวะ คนดูจะโกรธหรือเปล่า ถ้าตีๆ อยู่แล้วตกลงมาจะทำยังไง ถ้าโชว์แล้วเงียบคงจะเฟลไปตลอดชีวิตเลยนะ’

พร้อมกับสารพัดความกลัวที่ดับแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ไปอย่างรวดเร็ว
โชคดีที่พอนตรู้เรื่อง แทนที่จะห้ามดันเห็นดีเห็นงาม และใส่ลูกยุมาชุดใหญ่ รวมทั้งนาฑีและพี่เนมที่ก็ไม่มีใครห้ามใครเหมือนกัน ตัดสินใจว่าลองดูสักตั้งแล้วกัน โอกาสที่มือกลองจะได้ออกมายืนข้างหน้าแบบนี้จะมีสักกี่ครั้งในชีวิตกันเชียว

หลังจากนั้นก็เข้าสู่กระบวนการทดลองที่แทบจะทำให้แสงสว่างดับไปอีกวูบ ผมต้องเริ่มตั้งแต่ไปคุยกับช่างว่าควรใช้ไม้แบบไหน ต้องคำนวณขนาดให้เล็กที่สุด เบาที่สุด แต่แข็งแรงพอที่จะรับกลองและตัวผม (น้ำหนักรวมกว่า 100 กิโลกรัม) ได้ วางตำแหน่งกลองใหม่ ทดลองเจาะเพื่อยึดกลองกับแผ่นไม้ ต้องคำนวณอย่างละเอียดเพราะมันจะส่งผลกับเสียงที่ออกมา บางตัวใช้กลองไฟฟ้า บางตัวใช้กลองจริงแล้วต่อกับไมโครโฟน พอผสมสองอย่างก็ต้องมาคิดเรื่องระบบเชื่อมต่อ การบาลานซ์เสียงให้เท่ากัน คิดเรื่องการชาร์จไฟ การต่อไมค์ไวเลส เพราะต้องการเสียงที่ชัดเหมือนกลองชุดปกติ แต่ก็ต้องทำทุกอย่างให้เคลื่อนตัวง่ายที่สุด ทดลองตัวโน้นตัวนี้ไปเรื่อย ใช้เวลาอยู่ 3 เดือนเต็มๆ ที่แทบไม่ได้คิดเรื่องอื่นเลยนอกจากทำยังไงให้การเซิร์ฟกลองผ่านพ้นไปด้วยดี

จนกระทั่งถึงวันเกิดเหตุ1 พฤศจิกายน 2558 ณ งานจิ้มไหล่ มิวสิค เฟสติวัล 2 จำได้แม่นว่าวันก่อนหน้านั้นพวกเราเพิ่งเล่นอัดกันมา 3 งานใน 1 วัน งานสุดท้ายเสร็จตี 1 กว่าๆ พวกเราต้องรีบนั่งรถตู้มาซาวนด์เช็กที่ไบเทค บางนา ตอนตี 5 ต้องรีบมาก่อนคนอื่นเพราะต้องมาทดลองเซิร์ฟกลอง จนมาถึงเวลาจริงก็ยังไม่แน่ใจว่าทุกอย่างจะราบรื่นหรือเปล่า ระหว่างเล่นเพลงอื่นก็เล่นด้วยความตื่นเต้น จนจบเพลง แตกต่างเหมือนกัน เข้าท่อนโซโล่ของผม ทีมงานยกกลองออกมาอีก 1 ชุดไปที่คนดู คนดูกรี๊ดกันลั่น จนผมเดินออกมานั่ง พอเริ่มตีกลองเท่านั้นแหละครับ ทุกคนกระโดดเฮ เสียงกรี๊ดดังลั่นขึ้นไปอีก

หลังจากนั้นผมแทบจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเล่นอะไรไปบ้าง จำได้แต่ยิ่งได้ยินเสียงคนกรี๊ด ผมก็ยิ่งตีแรงขึ้นเรื่อยๆ เป็นระยะเวลา 1 นาทีที่ยาวนานมาก ชอบมีคนบอกว่านักดนตรีมีหน้าที่เอ็นเตอร์เทนคนดู แต่ไม่จริงทั้งหมดหรอกครับ

‘ยิ่งคนดูมันมากเท่าไหร่ นั่นแหละครับคือการเอ็นเตอร์เทนให้นักดนตรีเล่นได้มันมากขึ้นเท่านั้น’

เป็น 1 นาทีที่ทำให้เข้าใจความรู้สึกของเพื่อนๆ อีก 3 คนที่อยู่ข้างหน้ามาตลอด เป็นครั้งแรกที่ผมได้มองเห็นคนดูแบบชัดๆ เป็นหนึ่งในความประทับใจที่สุดในชีวิตนักดนตรี และหลังจากนั้นการเซิร์ฟกลองก็กลายเป็นหนึ่งในโชว์สำคัญของ Getsunova ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

แต่ทั้งหมดจะเกิดขึ้นไม่ได้เลยถ้าขาดทีมงานที่เข้าใจขอบคุณที่เข้าใจและปล่อยให้ทำอะไรตามใจ ขอบคุณพี่ๆ ทีมงาน 6 คนที่ต้องแวบมาช่วยยกอยู่ตลอด (เขาไม่ใช่ทีมสเตจแต่ต้องมาช่วยยกด้วย) ทีมงานสเตจกลางอีก 3-4 คน ที่ต้องไปรบกวนเพราะคนของเราไม่พอจริงๆ และต้องขอโทษด้วยที่ตัวผมอาจจะหนักไปหน่อย ถ้าเป็นไปได้จะพยายามลดน้ำหนัก (ทั้งผมและกลอง) ให้มากกว่านี้นะครับ

ขอบคุณแฟนเพลงที่เข้าใจและสนุกไปกับการทดลองบ้าๆ ของผม ขอโทษน้องๆ ด้านหน้าที่ต้องช่วยยกด้วยนะครับ สุดท้ายก่อนที่จะเกิดภาวะ ‘อีกแล้วเหรอวะ’ ขึ้นมาอีก ผมสัญญาว่าจะพยายามหาอะไรแปลกใหม่มาใช้ในโชว์ของ Getsunova ให้มากขึ้น ตอนนี้การเซิร์ฟกลองของผมยังเคลื่อนที่ไปไหนไม่ได้ แต่ในอนาคตถ้าเคลื่อนที่ได้ขึ้นมา คงต้องมาขอแรงคนดูทุกคนอีกครั้งด้วยนะครับ


ไปร์ท-คมฆเดช แสงวัฒนาโรจน์
มือกลองวง Getsunova

1เพื่อหาอะไรใหม่ๆ ให้กับโชว์ของตัวเองหลังจากต้องเล่นเพลงซ้ำๆ มาเป็นเวลานานในขณะที่เพื่อนๆ ยังทำอะไรได้ไม่มากนักมือกลองแห่งวงพระจันทร์ระเบิดเลือกที่จะก้าวไปอีกขั้นด้วยการยกกลองขึ้นมาเซิร์ฟแล้วตีกันบนเวทีจนกลายเป็นอีกหนึ่งวัฒนธรรมของวง Getsunova ที่พวกเราจะมีโอกาสเห็นได้บนเวทีใหญ่ๆ ซึ่งบอกได้
คำเดียวว่า ‘เดือด’ มาก

media-top