media-top

Find Your Missing Books

ถ้าให้เรานิยามงานขายหนังสือที่กำลังจะพูดถึงครั้งนี้ คงบอกได้คำเดียวว่าเป็นเหมือนกับทะเลหนังสือที่รอให้เหล่านักอ่านกระโดดลงไปแหวกว่ายค้นหาหนังสือเล่มโปรดมาเติมเต็มชั้นหนังสือของตัวเอง ซึ่งผู้ที่อยู่เบื้องหลังในการนำ Big Bad Wolf Book Sale Bangkok 2016 งานมหกรรมหนังสือที่ใหญ่ที่สุดในโลกจากประเทศมาเลเซีย มาจัดที่ประเทศไทยครั้งแรกก็คือ สุรเชษฐ วรวงศ์วสุ ผู้อำนวยการ บริษัท เร๊ดดี้ทูรี๊ด จำกัด นักธุรกิจหนุ่มผู้ชื่นชอบในเสน่ห์และผิวสัมผัสของกระดาษที่เทคโนโลยีหรือความบันเทิงอื่นๆ ทดแทนไม่ได้

งาน Big Bad Wolf Book Sale เป็นธุรกิจ… Remainder Book หรือหมายถึงธุรกิจที่นำหนังสือที่เราไปเจรจาต่อรองซื้อขาดมาจากสำนักพิมพ์ต่างๆ ทั่วโลก เพื่อมาขายลดราคา 60-80% ซึ่งงานนี้เริ่มต้นจัดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 2009 โดยหุ้นส่วนของผม (Andrew Yap และ Jacqueline Ng) ที่มาเลเซีย ซึ่งในปีแรกมีหนังสือประมาณแสนเล่ม แต่ปัจจุบัน Big Bad Wolf Book Sale เป็นงานหนังสือที่ใหญ่ที่สุดในโลกแล้ว

แรงบันดาลใจหนึ่งที่ทำให้แอนดรูว์เริ่มต้นทำ Big Bad Wolf Book Sale ขึ้นมา คือการที่… เขาเห็นภาพของพ่อแม่ที่ปฏิเสธเด็กๆ ที่กำลังหยิบหนังสือมาอ่านจากชั้นวางในร้าน โดยคนเป็นพ่อแม่บอกว่าหนังสือเล่มนี้แพงไปนะ ซื้อไม่ไหวหรอก เราไปซื้อไอศกรีมกินกันดีกว่า ซึ่งมันเป็นการปลอบใจที่ไม่ถูกต้อง เขาเลยเริ่มต้นสร้างงานที่ทำให้ราคาของหนังสือดีๆ ถูกลงจนคนจับต้องได้ สิ่งที่ Big Bad Wolf Book Sale เข้ามาปลดล็อกก็คือเรื่องของ… ราคาหนังสือ เพราะถ้าราคาจับต้องได้แล้ว ผมเชื่อว่าคนก็จะหันมาอ่านหนังสือกันเยอะขึ้น นั่นคือแรงบันดาลใจส่วนตัวที่ทำให้ผมอยากนำงานนี้เข้ามาในประเทศไทย อยากให้คนไทยขจัดความกลัวภาษาอังกฤษออกไป เพราะการปลูกฝังนิสัยรักการอ่าน หรือการกล้าใช้ภาษาอังกฤษ ถ้าไม่ได้หยิบจับขึ้นมาอ่านบ่อยๆ การพัฒนาก็คงจะน้อย ซึ่งถ้าหนังสือแพงมันก็คงวนไปมาอย่างนี้ แต่ถ้าเราเข้าไปปลดล็อกราคาได้ ก็เป็นก้าวเล็กๆ ที่คนอาจเริ่มอ่านหนังสือ

จุดเด่นของงาน Big Bad Wolf Book Sale ที่แตกต่างจากงานหนังสืออื่นๆ คือ… จำนวนหนังสือที่มีเยอะมากที่สุดในโลก มีหนังสือทุกรูปแบบครอบคลุมความสนใจของทุกคน ผมว่างานนี้มันไม่ได้เกิดมาเพื่อใครโดยเฉพาะเจาะจง
ถ้าพูดถึงงานหนังสือ บางครั้งเราจะคิดว่าเป็นงานเฉพาะนักอ่านเท่านั้น แต่เป้าหมายของเราครั้งนี้คือคนที่ไม่ใช่นักอ่านด้วย

ในงาน Big Bad Wolf Book Sale คุณแอนดรูว์ไปคัดเลือกหนังสือเองทุกปก เพราะ… ธุรกิจ Remainder Book แตกต่างจากธุรกิจหนังสือปกติ ที่ปกติเมื่อหนังสือจากสำนักพิมพ์ถูกส่งไปที่ร้านต่างๆ แล้วขายไม่หมด ก็จะมีการส่งคืนและรับเครดิตกลับไป แต่สำหรับธุรกิจ Remainder Book เราเข้าไปรับความเสี่ยงเต็มๆ ด้วยการเข้าไปเจรจาซื้อขาดหนังสือมา คุณแอนดรูว์จึงเดินทางไปคัดเลือกหนังสือเองทุกหน้าปก เพื่อให้ได้หนังสือที่เหมาะกับตลาดจริงๆ ความท้าทายอย่างหนึ่งในการนำงานนี้เข้ามาคือ… การสื่อสารระหว่างเรากับทีมงานที่มาเลเซีย เพราะว่าเขาก็มีรูปแบบการทำงานที่แน่นอนของเขา แล้วความเข้าใจในเรื่องตลาดที่นี่ก็ไม่ได้เหมือนกับที่มาเลเซียหรืออินโดนีเซียร้อยเปอร์เซ็นต์ ซึ่งเราก็บอกเขาว่าจะยกมาตรฐานของที่มาเลเซียมาทั้งหมดเลยไม่ได้นะ ต้องมีการปรับบางส่วน

เสน่ห์ที่กระดาษให้ได้แต่ว่าแทบเล็ตหรือสมาร์ตโฟนให้ไม่ได้สำหรับผมคือ… เรื่องของสัมผัส หนังสือบางอย่างสอนเด็กให้ได้รู้จักว่าขนสัตว์เป็นยังไง หนังสือที่มีกิจกรรมพับกระดาษ ต่อจิ๊กซอว์ สิ่งเหล่านี้แทบเล็ตยังแทนที่ไม่ได้ และการเล่าเรื่องหรือการนำเสนอมุมมองของหนังสือกับภาพยนตร์หรือคลิปวิดีโอก็ต่างกัน อย่างคลิปหรือภาพยนตร์ มันบังคับให้ผู้ชมเห็นภาพจากมุมกล้องของผู้กำกับ แล้วไม่ค่อยเหลือพื้นที่ให้เราจินตนาการต่อสักเท่าไหร่ ซึ่งในหน้ากระดาษมันยังมีช่องว่างให้คนอ่านจินตนาการต่อว่ากลิ่นที่หอมหวนคือกลิ่นยังไง ภาพรุ้งที่สวยงามมันเป็นอย่างไร อีกอย่างเวลาที่เราอ่านหนังสือ เราอ่านไปด้วยความเร็วที่ตัวเองสบายใจ และย้อนกลับมาทบทวนในบรรทัดที่ผ่านมาได้

มีคนถามผมหลายครั้งว่า… จะจัดงานขายหนังสือภาษาอังกฤษล้วนๆ เลยเหรอ ใครจะอ่าน คนจะซื้อเหรอ แต่เพราะมีคนถามผมแบบนี้ ผมเลยอยากนำงานนี้เข้ามา อยากให้คนเลิกกลัวหนังสือภาษาอังกฤษกันได้แล้ว มันไม่ได้แพงและ
อ่านยากขนาดนั้น คุณมาที่นี่ เลือกหัวข้อหนังสือที่คุณชอบ แล้วจะมีแรงบันดาลใจตามมาเองเมื่อคุณอ่าน ซึ่งการที่คนจะเริ่มอ่านอะไรสักอย่าง เราไปบังคับเขาไม่ได้ เขาควรเริ่มจากสิ่งที่เขาชอบ

เวลาที่ผมยื่นนามบัตรให้ใครก็ตาม เขามักจะ… ไม่เข้าใจว่าเรากำลังทำอะไร ซึ่งผมว่าสิ่งที่จะอธิบายได้ดีที่สุดก็คือหนังสือ อย่างตอนที่คุณแอนดรูว์ยื่นนามบัตรให้ผมครั้งแรก ผมก็ไม่สนใจธุรกิจเขาเลย เพราะนามบัตรที่เขามอบให้ผมคือหนังสือ ผมจึงเข้าใจและคิดว่าการมอบหนังสือให้แก่กันเป็นตัวแทนที่ดีที่สุดที่จะอธิบายว่าเราคือใคร และกำลังทำอะไร ผมบรรยายเท่าไหร่ก็ไม่มีคนเข้าใจหรอก คงไม่มีใครนึกออกหรอกว่างานนี้คืออะไรจนกว่าจะได้ไปสัมผัสงานจริงๆ คุณต้องลบภาพมหกรรมหนังสือที่เคยผ่านมาทั้งหมด เพราะนี่มันคืออีกรูปแบบหนึ่งที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง

ผมเชื่ออย่างหนึ่งว่า… ทุกคนต้องมีความสนใจอะไรสักอย่าง บางคนสนใจแฟชั่น รองเท้า กระเป๋า ทำอาหาร ทำขนม ที่งานนี้เรามีหมด คนที่สนใจสารานุกรม หนังสืออ่านเล่น เราก็มี สิ่งที่ไม่มีคือเราไม่มีของน่าเบื่อในงาน พกความสนใจของตัวเองมาเถอะ เดี๋ยวจะเจอเอง ผมพนันได้ ผมเชื่อมากๆ ในสินค้าและราคาของหนังสือของเรา มากขนาดที่ผมไม่มานั่งทำมาร์เก็ตเซอร์เวย์ ไม่มานั่งทำโฟกัสกรุ๊ปว่าคนจะสนใจ คนจะมางานนี้ไหม ผมไม่สนใจ เพราะถ้าเขาไม่ได้เห็นเขาก็ไม่รู้

HIS WAY

• Big Bad Wolf Book Sale เริ่มจัดขึ้นครั้งแรกในปี ค.ศ. 2009 ที่เมืองดาตารัน ฮาโมดัล เซลังงอร์ ประเทศมาเลเซีย โดยสองสามีภรรยาชาวมาเลเซีย Andrew Yap และ Jacqueline Ng ซึ่งในครั้งแรกมีหนังสือเข้ามาขายในงานเพียงแสนกว่าเล่มเท่านั้น แต่ปัจจุบันมีหนังสือเข้ามาขายในงานกว่า 3.5 ล้านเล่ม

• สุรเชษฐ วรวงศ์วสุ ผู้อำนวยการ บริษัท เร๊ดดี้ทูรี๊ด จำกัด และผู้บริหารโรงแรมในเครือเอทัส (AETAS Hotels & Residences) นักธุรกิจหนุ่มผู้ชื่นชอบหนังสือ และอยากเพิ่มโอกาสการเข้าถึงแหล่งความรู้ให้กับคนไทย โดยเขาได้พบกับแอนดรูว์ และรู้จักธุรกิจ Remainder Book อย่างบังเอิญที่มาเลเซีย และได้แรงบันดาลใจอยากนำมหกรรมหนังสือ Big Bad Wolf Book Sale เข้ามาในประเทศไทย โดยในงานจะรวบรวมหนังสือภาษาอังกฤษจากหลากหลายสำนักพิมพ์ทั่วโลกมากกว่า 2 ล้านเล่ม ในราคาลดถึง 60-80% ซึ่งงานจะจัดขึ้นที่อาคารฟอรัม อิมแพ็ก เมืองทองธานี ในวันที่ 12-21 สิงหาคมนี้ ติดตาม
รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/bbwbooksthailand

เรื่อง : ปริญญา ก้อนรัมย์
ภาพ : กฤตธกร สุทธิกิตติบุตร

media-top