media-top

NOT JUST ANOTHER BAG

แม้แฟชั่นที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมจะกลายเป็นเทรนด์ใหญ่ของโลกมาสักพัก แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า Freitag (ฟรายทาก) เป็นแบรนด์ที่ชูจุดขายนี้และประสบความสำเร็จมาก่อนหน้านานแล้ว และในวันที่ มาคัส ฟรายทาก พี่ชายคนโตของแบรนด์ฟรายทากเดินทางมากรุงเทพฯ อีกครั้งเพื่อเปิดตัวกระเป๋า Cake Bag Limited Edition ใบเก๋ที่จัดขึ้นเพื่อฉลองให้กับ Pronto ที่ถึงวาระครบรอบ 10 ปี เราจึงได้โอกาสอัพเดตเกี่ยวกับโปรดักต์อื่นๆ ของเขา ที่ล้ำหน้าไปกว่าเทรนด์โลกอีกแล้ว

“ช่วงปีที่ผ่านมา คำถามที่ผมถูกถามบ่อยที่สุดก็ยังคงเป็นที่มาของฟรายทาก”

และคำตอบไม่เคยเปลี่ยนครับ (หัวเราะ) เราต้องการกระเป๋าที่แข็งแรงและกันน้ำ แล้วตอนนั้นในปี 1993 เรายังไม่มีอินเทอร์เน็ตที่จะใช้สืบค้นวัสดุที่ต้องการได้ บังเอิญที่วิวจากห้องครัวของเราทำให้เห็นรถบรรทุกและผ้าใบที่หมดอายุการใช้งานแต่สภาพยังดี แล้วหลังจากนั้นก็อย่างที่ทุกคนคงรู้กันอยู่แล้ว

“ตอนนี้คนซูริกที่รู้จักฟรายทากมา 23 ปีแล้ว มองว่าเราเป็นตัวแทนของสวิตเซอร์แลนด์”

เขามองเราว่าเป็นคลาสสิกดีไซน์ เราไม่ได้เป็น super hot list brand แต่เป็นแบรนด์ที่คุ้นเคย เก่าแก่ เหมือนกับนาฬิกาสวิส หรือมีดพับสวิส ผมว่าพวกเขาภูมิใจกับฟรายทากนะ เพราะทุกคนรู้ว่าตอนนี้เรามาเป็นที่รู้จักในอีกซีกโลกอย่างโตเกียว โซล หรือกรุงเทพฯ ด้วยเหมือนกัน และอีกส่วนคือกลุ่มวัยรุ่นที่ตอนนี้อายุสักสิบหกสิบเจ็ด สำหรับพวกเขา เราเหมือนเป็นโปรดักต์ใหม่ที่เขาเพิ่งรู้จัก

“สินค้าของเราตั้งราคาไว้สูงไม่ใช่แค่เพราะมูลค่าทางการตลาด แต่เพราะขั้นตอนการผลิตของเรา”

เราซื้อวัสดุจากยุโรปซึ่งใช้ได้ประมาณครึ่งหนึ่งของทั้งหมดที่ได้มา ค่ากระบวนการรีไซเคิล ค่าช่างฝีมือซึ่งเราเลือกใช้ช่างฝีมือชาวยุโรปมากกว่าจะส่งไปทำในเอเชียซึ่งค่าแรงถูกกว่า แต่จะสร้างมลภาวะให้โลกเพิ่มขึ้นอีกจากการขนส่ง ดังนั้น จากราคา เราจึงไม่ใช่กระเป๋าที่ซื้อใหม่ได้ทุกเดือน เพราะเราให้คนที่ซื้อไปใช้ผลิตภัณฑ์ของเราให้นานที่สุดและคุ้มค่าที่สุด

มาคัส ฟรายทาก
มาคัส ฟรายทาก

“จากวันแรกที่เริ่มต้นแบรนด์จนถึงวันนี้ ผมยังเหมือนเดิม แต่ฟรายทากมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด”

ผมยังคงมีทัศนคติในการใช้ชีวิตและทำงานเหมือนเดิม เรายังคงทำผลิตภัณฑ์โดยให้ความสำคัญกับการไม่ทำร้ายโลก แต่ฟรายทากเปลี่ยนไปมาก อย่างที่คุณก็คงเห็น เรามีความเป็นมืออาชีพมากขึ้น มีผลิตภัณฑ์หลากหลายขึ้น รู้จักปรับตัวให้เข้ากับเทรนด์และแฟชั่นของโลกมากขึ้น ในขณะที่ยังคงความเป็นตัวเองเอาไว้ได้ เรามีสาขามากขึ้นในหลายๆ เมืองใหญ่ของโลก ซึ่งทำให้ในอีกทางหนึ่ง การทำงานก็ท้าทายมากขึ้นด้วย

“ผมชอบที่เห็นว่า เราเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างแรงบันดาลใจให้แบรนด์อื่นๆ เห็นความสำคัญของสิ่งแวดล้อม”

ช่วงแรกๆมันอาจจะเป็นแค่… โอ้ มีคนทำแบรนด์จากวัสดุรีไซเคิลและประสบความสำเร็จด้วย ทำบ้างดีไหมนะ แต่ตอนนี้คนอื่นๆ เริ่มมองเห็นแล้วว่า เราควรต้องใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เป็นความจำเป็นมากกว่าเป็นเรื่องที่ควรทำ

“น่าแปลกเหมือนกันที่การขยายตลาดมายังเอเชียไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด”

ช่วงแรกๆ เราอาจจะมีปัญหาเรื่องความแตกต่างทางภาษาหรือวัฒนธรรมอยู่บ้าง แต่เราเรียนรู้ในท้ายที่สุดว่า ความเป็นเมืองใหญ่ของโลกมีความเหมือนกันในหลายด้าน ทั้งไลฟ์สไตล์และความคิดของผู้คน ดังนั้น ไม่ว่าจะซูริก โตเกียว หรือกรุงเทพฯ ตอนนี้เราก็ไม่รู้สึกว่าแตกต่างอีกต่อไป

“ไอเดียของ Fabric แบรนด์น้องใหม่ของเรามีการค้นหาวัตุดิบอย่างที่สองเพิ่มเติมเข้ามาในกล่องเครื่องมือ”

เราทำกระเป๋าจากพลาสติกรีไซเคิล แต่แน่นอนว่าพลาสติกเป็นเส้นใยที่มาจากปิโตรเลียม ซึ่งต้องมีวันหมดไปจากโลก ดังนั้น เราจึงค้นหาวัสดุอื่นที่ยั่งยืนกว่า เส้นใยจากพืชที่เราปลูกขึ้นมาใหม่ได้ และเมื่อย่อยสลายก็จะกลายเป็นอาหารให้กับพืชรุ่นต่อไป เราจึงคิดค้นเส้นใยจากพืชที่ปลูกได้ในยุโรป อย่าง เฮ็ม ลินิน และโมดาล

“ตอนนี้ผลิตภัณ์ของ Fabric ยังผลิตในจำนวนจำกัด และเป็นที่รู้จักเฉพาะในกลุ่มคนที่ชอบฟรายทากหรือสนใจสิ่งแวดล้อมจริงๆ”

พืชที่เรานำมาใช้ผลิตเส้นใย นอกจากจะเป็นพืชที่ไม่ทำลายสภาพแวดล้อมในพื้นที่ปลูกเหมือนฝ้ายที่ใช้กันมากในตอนนี้ ยังทำให้ทั้งกระบวนการผลิตของเราไม่ต้องออกนอกยุโรปเลย ซึ่งจะช่วยลดคาร์บอนฟุตพรินต์ที่จะเกิดไปได้มาก ยกตัวอย่างเช่น ขั้นตอนการผลิตกางเกงยีนส์หนึ่งตัวที่ขายทั่วไปตอนนี้ จะต้องมีการเดินทางถึง 40,000 กิโลเมตร แต่กางเกงแบบเดียวกันของ Fabric จะมีระยะทางการขนส่งแค่ 5,000 กิโลเมตรเท่านั้น นี่ยังไม่นับที่วัสดุของเราย่อยสลายได้ในธรรมชาติ กระดุมทุกเม็ดทำจากวัสดุที่ย่อยสลายได้หรือนำมาใช้ใหม่ได้ เส้นใยของเราใช้น้ำน้อยมากกว่าในกระบวนการปลูก และสีย้อมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

เรื่อง : วรรณวนัช ท้วมสมบูรณ์

media-top