media-top

HOME IS WHERE THE HEART IS

“คุณมาถึงกรุงเทพฯ วันไหนคะ” เป็นคำถามแรกที่เราถาม ลีโอนี ฮอสกิ้น โปรเจ็กต์ลีดเดอร์ชาวออสเตรเลียของอิเกีย ภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้ ทันทีที่เธอนั่งลงบนเก้าอี้ไม้จากแบรนด์เดียวกัน เธอนึกสักพักก่อนขอโทษยกใหญ่พร้อมบอกว่า “ฉันยุ่งมากจนจำไม่ได้ว่ามาถึงเมื่อไหร่” เมื่อได้ยินเสียงหัวเราะของเธอ เราก็รู้เลยว่าคำถามแรกที่ไม่มีคำตอบนี้จะพาเราไปสู่คำถามที่ 2, 3, 4 และบทสนทนาที่สนุกอย่างไม่ต้องสงสัย ทั้งเรื่องชีวิต การงาน และนิยามคำว่า ‘บ้าน’ ของเธอ ที่ทำให้การกลับบ้านของเราในวันนั้นอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก

“ความฝันของฉันคือการได้เป็นครูสอนกีฬา”

ขอเล่าย้อนกลับไปตอนอายุ 20 ต้นๆ ก่อน เชื่อไหมว่าความฝันของฉันคือการได้เป็นครูสอนกีฬาเหมือนชาวออสซีคนอื่นๆ แต่เกรดของฉันไม่ดีเท่าไหร่นัก ความฝันที่จะได้เป็นครูสอนกีฬาก็เลยล้มเลิกไป จนวันหนึ่งขณะกำลังขับรถอยู่บนทางหลวง ฉันเห็นป้ายโฆษณาขนาดใหญ่บอกว่าอิเกียกำลังจะมาเปิดสาขาที่นี่ คือตอนนั้นเรามีอิเกียแล้วแหละ แต่มันเป็นแค่ร้านเล็กๆ ที่อยู่ในร้านเฟอร์นิเจอร์ใหญ่ๆ อีกที จำได้ว่าของชิ้นแรกที่ฉันซื้อตอนที่รู้สึกว่าเป็นผู้ใหญ่พอที่จะซื้อเฟอร์นิเจอร์เข้าบ้านได้แล้ว คือไม้แขวนเสื้อโค้ตพลาสติก ซึ่งนั่นก็เป็นสินค้าอิเกียชิ้นแรกที่ฉันซื้อด้วยเช่นกัน (หัวเราะ)

“ฉันกลับรู้ตั้งแต่วันนั้นเลยว่าฉันรักงานนี้”

ฉันเริ่มทำงานในทีมขายก่อน วันแรกที่ไปทำงานที่อิเกีย เขาแจก Alan Key (เครื่องมือที่ทำหน้าที่เหมือนไขควงของอิเกีย) ให้ฉันและผู้หญิงอีกคนหนึ่ง ก่อนจะบอกว่า ‘ตรงหน้าพวกคุณมีชิ้นส่วนของเฟอร์นิเจอร์ ประกอบมันได้เลย’ (หัวเราะ) หลังจากนั้นตลอดสามเดือนเต็ม สิ่งที่ฉันทำคือประกอบเฟอร์นิเจอร์ ข้อดีของมันคือการทำให้ฉันได้เริ่มรู้จักสินค้าของอิเกียมากขึ้นทีละนิด และแม้จะต้องกลับบ้านด้วยอาการมือระบม ฉันกลับรู้ตั้งแต่วันนั้นเลยว่าฉันรักงานนี้ และหลังจากนั้นก็ได้มีโอกาสทำงานในหลายๆ ประเทศ ทั้งสหราชอาณาจักร จีน สวีเดน สิงคโปร์ รวมถึงกลับไปทำที่ออสเตรเลียด้วย

“เราต่างอยากมีชีวิตที่ดีกว่า”

ฉันได้รู้ว่าสิ่งหนึ่งที่ผู้คนทุกชาติให้ความสนใจเหมือนกันคือ เราต่างอยากมีชีวิตที่ดีกว่า สิ่งที่แตกต่างคือวิธีการที่จะได้มาซึ่งชีวิตดีๆ นั้น บางคนให้ความสำคัญกับการกินอาหารดีๆ หรืออย่างคนออสเตรเลียอาจจะให้ความสำคัญกับกีฬาและบาร์บีคิว แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เราต่างก็ต้องการความรู้สึกปลอดภัย ความรู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่งของที่แห่งนั้น

“เพราะบ้านเป็นที่ที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับพวกเขา”

คนรุ่นหลังใส่ใจรายละเอียดมากกว่าคนรุ่นฉัน ด้วยตอนนี้ที่อินเทอร์เน็ตเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต ผู้คนเชื่อมต่อกันได้ง่ายขึ้น คุณใส่ใจกับสิ่งที่คนอื่นคิด ซึ่งตอนรุ่นฉันเราไม่มีอะไรแบบนี้ แต่ถามว่ามันเป็นข้อเสียไหม ก็ไม่รู้เหมือนกันนะ บางครั้งก็อาจจะมากเกินไป อินเทอร์เน็ตมันมาพร้อมกับข้อเท็จจริงและการสื่อสารที่มากขึ้น โลกก็อยู่ยากขึ้นเรื่อยๆ นั่นอาจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้คนเริ่มหันมาให้ความสำคัญกับบ้านมากขึ้น เพราะบ้านเป็นที่ที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับพวกเขา

“บ้านคือที่ที่คุณเป็นตัวของตัวเองได้”

ถ้าเป็นตอนเด็กๆ ฉันคงตอบว่า บ้านของฉันคือเมลเบิร์นเสมอ แต่ตอนนี้บ้านของฉันอยู่ที่สิงคโปร์ และก่อนหน้านี้ก็เป็นสวีเดน บ้านสำหรับฉันตอนนี้คือสถานที่ที่มีฉัน มีของของฉัน มีความสัมพันธ์ของฉัน เอาเป็นว่าเมื่อคุณโตขึ้นคุณจะเข้าใจเองว่าบ้านไม่ใช่แค่ผนัง 4 ด้าน บ้านคือที่ที่คุณเป็นตัวของตัวเองได้ แต่ก็อีกนั่นแหละ ต่างคนก็ต่างให้คำนิยามของบ้านแตกต่างกันไป

“เพราะสิ่งที่สำคัญไม่ใช่ตัวบ้าน แต่เป็นความรู้สึกของเราขณะอยู่ในบ้านมากกว่า”

ฉันรู้สึกปลอดภัยในอพาร์ตเมนต์ที่เป็นตึกเก่า ฉันว่าตึกเก่ามีคาแร็กเตอร์และจิตวิญญาณมากกว่าตึกใหม่ๆ คุณสามารถย้ายชีวิตของคุณเข้าไปในนั้นและสร้างเรื่องราวต่อจากที่ตัวตึกมีไว้ให้ ในขณะที่ตึกใหม่ๆ ไม่มีกลิ่นอายของอดีตแบบนั้น แถมยังมีหน้าต่างบานกระจกเต็มไปหมด แล้วอย่างนี้คุณจะวางชั้นหนังสือสูงๆ ได้ยังไง แต่ฉันเข้าใจว่าคนเราต่างรู้สึกอบอุ่นในบ้านคนละแบบ เพราะสิ่งที่สำคัญไม่ใช่ตัวบ้าน แต่เป็นความรู้สึกของเราขณะอยู่ในบ้านมากกว่า

“คนเอเชียส่วนใหญ่อยากสร้างความแตกต่าง”

ฉันทำงานในประเทศจีนและสิงคโปร์ จึงค่อนข้างคุ้นเคยกับวัฒนธรรมของที่นั่น ฉันแปลกใจกับวัฒนธรรมของคนเอเชียเหมือนกันนะ รวมไปถึงการพัฒนาต่างๆ ในทวีปนี้ที่นับวันยิ่งเด่นชัดขึ้นเรื่อยๆ ฉันชอบทัศนคติและพลังของคนที่นี่ คนเอเชียส่วนใหญ่อยากสร้างความแตกต่าง การได้ทำงานท่ามกลางผู้คนที่มาพร้อมความคิดที่ว่า ‘อะไรก็เป็นไปได้’ จึงเป็นเรื่องสนุกมากๆ

“หลายๆ อย่างในชีวิตที่เหมือนจะเป็นไปไม่ได้อาจจะเป็นไปได้ก็ได้”

หลายๆ อย่างในชีวิตที่เหมือนจะเป็นไปไม่ได้อาจจะเป็นไปได้ก็ได้ แต่ก่อนฉันก็ไม่เคยคิดเหมือนกันว่าวันหนึ่งจะได้ทำงานที่ต่างประเทศอย่างสวีเดน ครั้งหนึ่งเคยบอกกับพนักงานอิเกียชาวไทยว่า เขาจะเป็นอนาคตของอิเกียในอีก 30 ปีข้างหน้านะ พวกเขาบอกว่า ไม่มีทางหรอก ประเทศไทยอยู่ไกลจากบริษัทแม่ในสวีเดนมากเกินไป ฉันเลยถามกลับไปว่า แล้วเมลเบิร์นไม่ยิ่งไกลกว่าเหรอ (ยิ้ม)

เรื่อง : พิมพ์อร นทกุล, มิ่งขวัญ รัตนคช
ภาพ : วงศกร ยี่ดวง

media-top