ย้อนกลับ
ถัดไป

JUST EMBRACE THE MOMENT

เรานัดสัมภาษณ์ อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล ที่ขอนแก่น บ้านเกิดของเขาและครอบครัว ด้วยเหตุผลว่า เราอยากพูดคุยกับใครสักคนเกี่ยวกับอิสรภาพทางการสื่อสาร ความคิด ในพื้นที่ที่มีกรอบจำกัด เพราะนั่นเป็นประเด็นที่เราผ่านพบมาตลอดทั้งปี แต่จะมีการถกเถียง โต้แย้ง หรือได้คำตอบกันแค่ไหน ก็สุดแล้วแต่ประเด็นในแต่ละพื้นที่นั้นจะพาไป

อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล คือคนที่ใครๆ ก็มักจะรู้จักในนามของคนทำหนังไทยคนแรกที่พาภาพยนตร์เรื่อง ลุงบุญมีระลึกชาติ คว้ารางวัลปาล์มทองคำคนแรก จากเวทีภาพยนตร์เมืองคานส์ ที่ทั่วโลกให้การยอมรับเมื่อหลายปีก่อน ล่าสุดประเด็นเกี่ยวกับตัวของเขาก็ทยอยออกมาให้เราติดตามด้วยความครุ่นคิดอย่างต่อเนื่อง ทั้งการประกาศว่าจะไม่ทำหนังในเมืองไทยแล้ว การแสดงความคิดเห็นทางสังคม การเมือง ผ่านงานศิลปะแขนงต่างๆ การเป็นคนไทยคนแรกที่ได้รับเชิญให้ไปโหวตรางวัลออสการ์ (ซึ่งเขาก็ไม่เข้าใจว่าประเด็นนี้ ‘มันจะอะไรกันนักกันหนา’) ทั้งภาพยนตร์ รักที่ขอนแก่น ยังติดอันดับ 4 Best Film of 2016 ของ Filmcomment.com

อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล
อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล

เรายอมรับว่า บทสัมภาษณ์ขนาดยาวชิ้นนี้เข้าใจยาก เพราะหลายเรื่องเป็นเรื่องนามธรรมล้วนๆ เป็นปัจเจกถึงขนาดที่คุณอาจทำความเข้าใจในประเด็นเดียวกันได้ต่างกันอย่างสิ้นเชิง ซึ่งถามว่าดีไหมสำหรับการสื่อสารผ่านงานเขียนที่คนอ่านอาจเข้าใจไม่ตรงกัน เราคงตอบได้เลยว่า ไม่ใช่เรื่องดีหรือไม่ดี แต่เป็นเรื่องที่น่าสนใจ ที่บางทีเราก็ควรอ่านด้วยการเปิดใจ ยอมรับในสิ่งที่อาจจะแตกต่าง ไม่เร่งรีบด่วนสรุปว่าอะไรเป็นอะไร เพราะทุกอย่างมีพื้นที่สำหรับการก่อรูป แปรเปลี่ยน และลงเอยที่สิ่งที่คุณอาจไม่คุ้นเคย ซึ่งเราว่าถ้าไม่ได้พูดคุยกับเขา ก็ยากยิ่งที่จะได้บทสัมภาษณ์แบบนี้ ซึ่งพูดตามตรง เราก็สนุกกับการสร้างสรรค์งานที่ไม่ต้องการทำความเข้าใจไปกับเขาด้วยเหมือนกัน เพราะเอาเข้าจริง บทสัมภาษณ์ก็อาจเป็นการเล่าเรื่องอีกแบบหนึ่ง ซึ่งเราคงไม่กล้าบอกว่าเป็นงานศิลปะ แต่มันก็เป็นงานชิ้นหนึ่งที่วันหนึ่งอาจแค่ต้องอ่านเพื่อยอมรับ โดยไม่ต้องทำความเข้าใจ จะว่าไปก็มีหลายเรื่องในชีวิตที่เราควรเรียนรู้ ซึมซับ โอบกอดสิ่งที่เป็น รู้ว่ามันเป็นแบบนั้น แล้วก็แค่ไม่ปฏิเสธว่ามันเป็นแบบอื่น

อภิชาติพงศ์บอกกับเราตอนหนึ่งว่า งานภาพยนตร์เป็นสัตว์ที่ไม่เชื่อง เพราะเราไม่สามารถบังคับให้มันเป็นไปอย่างใจเราได้ตลอดเวลา ทุกอย่างมีความเป็นไปของมัน ในกรอบของมัน ฟังจนจบประโยค เราว่าหลายๆ อย่างในชีวิตก็เป็นแบบนั้นนั่นแหละ

ถามว่า ทำไมต้องเป็นการสัมภาษณ์ที่ขอนแก่น รอเขามากรุงเทพฯ ไม่ได้หรือ คำตอบคือ ถึงจุดหนึ่งเราก็อยากทดลองดูว่า ถ้าเราไปสัมภาษณ์ในพื้นที่ของเขา กรอบของเขา เราจะได้คำตอบอย่างไร เพราะอะไรก็เกิดขึ้นได้ ถ้าคนคนหนึ่งได้พูดในพื้นที่ของตัวเอง ในขณะที่เรา — ผู้ไปสัมภาษณ์ ก็ได้หลุดจากพื้นที่ที่เราคุ้นเคยอย่างกรุงเทพฯ

อะไรก็เกิดขึ้นได้ เพียงแต่เมื่อมันเกิดแล้ว เราจะยอมรับและโอบกอดเอาไว้ หรือยังจะดิ้นรนไปทำสิ่งที่ไม่เชื่องให้เชื่อง เพียงเพื่อจะต้องทุกข์หนักและเหน็ดเหนื่อยต่อไปไม่รู้จบ

เรื่อง : วิไลรัตน์ เอมเอี่ยม
ภาพ : ภาสกร ธวัชธาตรี

ย้อนกลับ
ถัดไป