media-top

22 Years Ago

จากจุดเริ่มต้นของเด็กมหาวิทยาลัยที่อยากสร้างเสียงที่หนวกหูที่สุดในหอประชุมจุฬาฯ บนเวทีการประกวดโค้กมิวสิกอวอร์ดสเมื่อยี่สิบกว่าปีที่แล้ว ตัวตนและเสียงเพลงที่ออกมาจากความรู้สึกในวันนั้น ได้ส่งให้ ธนชัย อุชชิน, เมธี น้อยจินดา และ ปวิณ สุวรรณชีพ กลายมาเป็นกลุ่มคนดนตรีที่จุดกระแสดนตรีอัลเทอร์เนทีฟขึ้นมาในเมืองไทย รวมทั้งยังทำให้วงโมเดิร์นด็อกกลายเป็นวงดนตรีแถวหน้าของเมืองไทย ซึ่งในปีนี้พวกเขาทั้ง 3 คนก็ได้กลับมาสร้างความตื่นเต้นให้กับแฟนเพลงอีกครั้ง ด้วยการเปิดตัวสตูดิโออัลบั้มชุดใหม่ในรอบเกือบ 8 ปี รวมทั้งคอนเสิร์ตใหญ่ที่กำลังจะมีขึ้น ซึ่งเราจะพาคุณไปพูดคุยถึงหลายสิ่งหลายอย่างที่น่าสนใจตลอดเส้นทาง 22 ปี ในวงการดนตรีของพวกเขา

เมธี : ถ้าเปรียบเทียบอัลบั้มนี้เป็นการถ่ายรูป ก็คงเป็นเหมือนกับ… การ snap shot ที่มีความฉับพลัน จับอารมณ์ความรู้สึกในช่วงเวลาหนึ่งที่เกิดขึ้นเอาไว้ ต่างกับในอัลบั้มก่อน (ทิงนองนอย) ที่เราทำงานเหมือนกับการถ่ายภาพในสตูดิโอ มีการจัดไฟ จัดแสง ก็เลยจะได้คนละความรู้สึกกัน

ธนชัย : งานชุดนี้อาจเป็นการ snap shot แต่ว่า… ในกระบวนการก็มีความคราฟต์อยู่ มีบางส่วนที่เป็นการบ้านซึ่งแต่ละคนต้องกลับไปทำงานกันส่วนตัว เช่น การเขียนเนื้อร้อง อย่างในเพลง ทบทวน กว่าจะออกมาได้ผมก็ใช้เวลาไปเยอะ แต่ที่เมธีพูดนั่นดีนะ คำว่า snap shot เป็นภาพรวมของชุดนี้เลยแหละ ที่เราอยากดึงสัญชาตญาณที่ตรงไปตรงมาของเราออกมาอีกครั้ง ไม่ได้เป็นการประดิษฐ์อะไรมาก

ปวิณ : ถ้าพูดถึงกระบวนการทำงานของวงเรา ที่ผ่านมาต้องบอกว่า… มีหลายวิธี อย่างชุดที่แล้วเราใช้เวลาทำ 2 ปี คืออัดเพลงอย่างเดียวหนึ่งปี เสร็จแล้วเอามาฟัง พอรู้สึกไม่ชอบก็เติมเข้าไปอีก ถอดโน่นเติมนี่ ใช้เวลานานมากกว่าจะมาถึงขั้นตอนมิกซ์เพลง ความสดที่อยู่ในเพลงเลยค่อยๆ จางลงไป มาถึงชุดนี้เราคิดว่าถ้าทำแบบนั้นอีกก็คงไม่สดแล้ว เบื่อวิธีแบบนั้นกันแล้ว เลยตัดสินใจไปอัดเพลงที่สตูดิโอในอเมริกา ก็คิดกันว่าจะทำอย่างไรให้อัลบั้มนี้เกิดขึ้นได้ในระยะเวลา 3 อาทิตย์ที่อยู่ที่นั่น ทั้งกระบวนการเขียนเพลง อัดเพลง มิกซ์เพลงให้เสร็จ จนเป็นอัลบั้มเต็ม 10 เพลง

ธนชัย : อีกความตั้งใจหนึ่งของการทำเพลงชุดนี้ คือการที่… พวกเราอยากได้เพลงที่ใช้ในการเล่นสดเพิ่ม เพราะก่อนหน้านี้เราไม่เคยคิดเรื่องฟังก์ชันของเพลงเลยว่าควรจะมีเพลงดำดิ่ง เพลงชุดไหนจะสว่างขึ้นมา ไม่เคยมาวางแผนขนาดนั้น แต่ชุดนี้เป็นชุดที่มีความตั้งใจ เพราะว่าวงเรายังมีการแสดงสด ในขณะที่เพลงที่ใช้จริงกับการแสดงสดมีปริมาณที่ค่อนข้างจำกัด

ปวิณ : วงเราจริงๆ เป็น… วงขี้เบื่อ พอเวลาทำอะไรซ้ำๆ ไปนานๆ ก็จะมองหน้ากันและบอกว่าไม่ไหวแล้ว ทุกครั้งที่ทำเพลงใหม่แล้วคิดว่าไม่ไปไหนสักที เราก็จะมองหน้าแล้วบอกกันว่าหยุดเถอะ เป็นโมเมนต์ที่เกิดขึ้นมาและทุกคนรู้สึกได้ว่าทำต่อไปมันไม่มีอะไรก้าวหน้า จนพอถึงเวลาที่มีความอยาก มองหน้ากันอีกทีก็จะรู้เลย คือจังหวะการเดินของเราทั้งสามคนมันไปด้วยกัน เราสามคนโตมาด้วยกัน อยู่ด้วยกันนานพอ ไม่ต้องพูดอะไรมาก ความชอบบางส่วนของพวกเราก็ยังคงไปด้วยกันได้การใช้ชีวิตยังมีเรื่องที่คุยด้วยกันได้อยู่ แม้ว่าบางทีเรื่องส่วนตัวอาจจะไม่เหมือนกันเลย

ธนชัย : หลายคนอาจยังไม่เคยรู้ว่าจุดเริ่มต้นของโมเดิร์นด็อกคือการ… อยากสร้างเสียงที่หนวกหูที่สุดในหอประชุมจุฬาฯ ในงานประกวดโค้กมิวสิกอวอร์ดสในปี พ.ศ. 2535 นี่คือสาเหตุหนึ่งในการก่อตั้งวงนะฮะ เพราะตอนนั้นมันเป็นโอกาสเดียวของนิสิตที่จะสามารถสร้างเสียงที่หนวกหูที่สุดในหอประชุมจุฬาฯ ได้ อันนี้ไม่รวมถึงการที่เราไม่เชื่อว่าวงดนตรีประกวดจะต้องเล่นเพลงฟิวชันแจ๊ซถึงจะชนะ ผมคิดว่าความรู้สึกในวันนั้นนั่นแหละที่เป็นดีเอ็นเออะไรสักอย่างของวงเรา

เมธี : ถ้าเปรียบวงโมเดิร์นด็อกเป็นอะไรสักอย่าง ผมคิดว่าเวลานี้คงเป็นเหมือน… เรือดำน้ำ Yellow Submarine ที่ดำผุดดำว่ายอยู่ในวงการดนตรี ซึ่งเรือลำนี้ขับเคลื่อนไปด้วยความสนุกในการเล่นดนตรี ถ้าเรายังมีความสนุก เรือก็จะแล่นต่อไปได้ แต่ถ้าช่วงไหนความสนุกของเราแผ่วลง เรือก็แล่นช้าลงหน่อย

ปวิณ : ผมว่าสิ่งที่โมเดิร์นด็อกทำมาตลอด คือ… การทำความเข้าใจในกรอบของตัวเอง การพยายามจะออกนอกกรอบเกินไปมันก็เป็นการตีกรอบให้ตัวเอง คืออย่าไปยึดติดอะไรทั้งสิ้น ไม่ต้องไปยึดติดกับเวลา หรือมีคำว่าสมัย ใช้คำว่า ‘Timeless’ ดีกว่า ใช้ตัวเองเป็นตัวตัดสินว่าเราพอใจในสิ่งที่ทำอยู่ตอนนั้นแค่ไหน

เมธี : ผมว่าคำว่าทันสมัยของโมเดิร์นด็อกคือ… การอยู่กับปัจจุบัน เหมือนเราพยายามไม่ยึดติดกับอดีต พูดไปไม่ได้หมายความว่าเราจะทำได้นะ แต่มันเป็นการพยายามทำให้ชีวิตสอดคล้องกับสภาพปัจจุบันมากกว่า

ธนชัย : มาถึงวันนี้สิ่งหนึ่งที่ผมเรียนรู้ คือ… เมื่อเราให้ความเป็นศิลปินเข้ามาเป็นอาชีพ สุดท้ายเราต้องมีความรับผิดชอบต่ออะไรบางอย่าง รวมทั้งความเป็นมืออาชีพตามมาด้วย ซึ่งต่างจากความคิดแรกที่พวกเราตั้งวงดนตรีขึ้นมาเพื่อ
ความมันเฉยๆ แต่ตอนนี้มันกลายเป็นเรื่องของความรับผิดชอบ ไม่เกี่ยวว่าเราจะอยากหรือไม่อยากเล่นดนตรี หรือมีเพลงออกมา มันเกินกว่าตรงนั้นไปแล้ว แต่เป็นเรื่องของการทำงานให้ลุล่วงและดีที่สุด แต่สิ่งที่พวกเราต้องทำก็คือพยายามปรับเรื่องความกระหาย ต้องสร้างสมดุลในไลฟ์สไตล์ มีกิจกรรมส่วนตัวที่น่าสนใจมาบาลานซ์กับงาน ซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเราทำกันอยู่ตอนนี้

THIER WAY

• เหล่าสมาชิกวงโมเดิร์นด็อกเริ่มต้นเส้นทางดนตรีจากการคว้ารางวัลชนะเลิศโค้กมิวสิกอวอร์ดส ในปี พ.ศ. 2535 และออกอัลบั้มชุดแรก ‘เสริมสุขภาพ’ ในปี พ.ศ. 2537 สังกัดเบเกอรี่มิวสิก ซึ่งจุดกระแสดนตรีแนวอัลเทอร์เนทีฟขึ้นในประเทศไทย ก่อนที่จะโลดแล่นในวงการดนตรีและมีผลงานออกมาอีกกว่า 5 อัลบั้ม
• ล่าสุดหลังเปิดตัวสตูดิโออัลบั้มชุดที่ 6 อย่าง Pod•Pong•May-T พวกเขากำลังจะมีคอนเสิร์ตใหญ่ฉลองครบรอบ 22 ปี ‘Lipovitan-D Presents Moderndog 22’ ในวันที่ 15 ตุลาคมนี้ ณ อิมแพ็ก อารีนา เมืองทองธานี ผู้ที่สนใจสามารถดูรายละเอียดการซื้อบัตรได้ที่ www.thaiticketmajor.com

เรื่อง : ปริญญา ก้อนรัมย์
ภาพ : วงศกร ยี่ดวง

media-top