media-top

SELLING PRODUCT ONLINE
YOU NEED TO BUILD THE TRUST

ประสบการณ์อันน่าประทับใจจากการเดินทางตลอดระยะเวลา 20 ปี เป็นแรงบันดาลใจให้อดีตบรรณาธิการนิตยสาร เทพประทาน เหมเมือง นำหลายสิ่งที่เขาได้รับ มาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์สินค้าของตนเอง ‘กาแฟเทพประทาน’ โดดเด่นด้วยรสชาติที่แตกต่าง และการจัดจำหน่ายทางออนไลน์ในโลกยุคโซเชียลมีเดีย

‘กาแฟเทพประทาน’ ผลิตจากเมล็ดกาแฟพันธุ์อาราบิกา สายพันธุ์คาติมอร์ จากไร่ในอำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน เพาะปลูกโดยชาวบ้านท้องถิ่นด้วยวิธีธรรมชาติปราศจากการใช้สารเคมี บนพื้นที่สูงประมาณ 1,035-1,250 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ผ่านกรรมวิธี Honey process (Medium to dark roasted) ตากแล้วคั่วแบบธรรมชาติในระดับปานกลางค่อนข้างเข้ม เพื่อให้กลิ่นและรสธรรมชาติหอมคล้ายดอกไม้ full body และหอมหวาน สร้างสรรค์เป็นแบรนด์กาแฟพื้นถิ่นของไทย โดย เทพประทาน เหมเมือง อดีตบรรณาธิการนิตยสารชั้นนำหลายเล่ม และนักข่าวสายท่องเที่ยวผู้หลงใหลในเสน่ห์ของวัฒนธรรมเฉพาะถิ่นและการท่องเที่ยวเชิงเกษตรในภูมิภาคอินโดจีน ผลิตภัณฑ์มี 3 แบบคือ กาแฟชนิดคั่วบดและคั่วเม็ดแบบบรรจุถุงน้ำหนัก 250 กรัม และแบบซองเล็กสำหรับพกพาพร้อมชงแบบดริปน้ำหนัก 15 กรัม

• อันที่จริงความคิดที่ผมอยากจะมีกิจการของตัวเองนั้นมีมาได้สักพักใหญ่ๆ แล้ว แต่ยังไม่ได้ลงมือทำ ไอเดียนี้เกิดขึ้นตั้งแต่สมัยที่ยังทำงานอยู่นิตยสาร Wallpaper* ในตอนนั้นสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบตัวของเราคืองานออกแบบ จึงรู้สึกว่าจริงๆ แล้วบ้านเรามีของดีๆ อยู่เยอะนะ แต่คนไทยยังขาดความคิดสร้างสรรค์ในเชิงเพิ่มมูลค่า แต่ก็ไม่ได้ลงมือทำอะไรจริงจังเสียที

• จนมาถึงช่วงที่ธุรกิจสิ่งพิมพ์เริ่มซบเซาก็คิดว่าน่าจะถึงเวลาแล้ว ประจวบเหมาะกับที่ได้พบกับเพื่อนเก่าซึ่งปัจจุบันผันตัวเองมาเป็นเกษตรกรผู้ผลิตเมล็ดกาแฟอาราบิกาจากจังหวัดแม่ฮ่องสอน จึงคิดที่จะสร้างแบรนด์ผลิตภัณฑ์ของตัวเองขึ้นมาภายใต้ชื่อกาแฟเทพประทาน

• ทีแรกความคิดว่าจะเปิดหน้าร้านก็มีอยู่ แต่ด้วยราคาค่าเช่าที่ค่อนข้างสูงก็กลัวว่าถ้าหักค่าใช้จ่ายต่างๆ แล้วเราจะอยู่ไม่ได้ ทั้งยังไม่แน่ใจว่าจะสู้กับแบรนด์ใหญ่ๆ ได้ เราอยากจะสร้างแบรนด์เล็กๆ และค่อยๆ ทำไปตามกำลังที่เรามี ยุคนี้เป็นยุคดิจิตอลที่การซื้อขายของออนไลน์กำลังบูม เมื่อลองทำการรีเสิร์ชดูแล้วพบว่ายังไม่ค่อยมีแบรนด์กาแฟในแบบเดียวกันกับที่เรากำลังคิดจะทำขายทางออนไลน์สักเท่าไหร่ จึงตัดสินใจใช้โซเชียลมีเดียเป็นช่องทางหลักในการจำหน่ายสินค้า

• แน่นอนว่าเราต้องเปิดแฟนเพจขึ้นมาเพื่อใช้เป็นช่องทางในการนำเสนอภาพลักษณ์ของกาแฟ จากการ-ทดลองหลายๆ ช่องทางในโซเชียลมีเดีย ไม่ว่าจะเป็นทางแฟนเพจเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม แต่พบว่าช่องทางที่เวิร์กที่สุดคือเฟซบุ๊กส่วนตัว

• ที่บอกว่าเวิร์กหมายความว่าเราขายให้กับคนที่ใช่ คนที่ไว้ใจจะซื้อของกับเรา คนที่เหมาะกับของและมีไลฟ์สไตล์ใกล้เคียงกัน

“สิ่งสำคัญสำหรับการขายของออนไลน์คือความไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งกันและกันระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย เพราะคงไม่มีใครโง่โอนเงินมาให้เราโดยที่ไม่แน่ใจว่าเขาจะได้รับของไหม นี่คือสิ่งสำคัญที่เราจะต้องสร้างและรักษาเอาไว้ให้ดี”

เทพประทาน เหมเมือง
เทพประทาน เหมเมือง

• อีกอย่างที่ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าก็คือ เมื่อขายของในเฟซบุ๊กส่วนตัวนั้นเราขายของให้กับคนที่รู้จักกันกับเรา เราเอาตัวเองไปสร้างความเชื่อถือให้ลูกค้า เพื่อนๆ หรือคนรู้จักในเฟซบุ๊กเมื่อเห็นเราขายกาแฟก็อยากจะลองสั่งดู ซึ่งเขาคงไม่คิดว่าเราจะเอาของไม่ดีมาขาย หรือคิดว่าเราจะโกงให้เสียชื่อตัวเองหรอก

• คนกลุ่มไหนที่คิดว่าเป็นกลุ่มเป้าหมายหรือคนที่น่าจะสนใจกาแฟเทพประทาน? ก็น่าจะเป็นคนชอบที่จะทำอะไรด้วยตัวเอง คืออาจจะไปดื่มกาแฟตามร้านบ้าง แต่เวลาว่างๆ ก็นึกอยากจะชงกาแฟดื่มเอง หรือต้องการจะดื่มกาแฟดีๆ แล้วก็ต้องการประหยัดค่าใช้จ่ายด้วย ซึ่งเขาไม่จำเป็นต้องเป็นลูกค้าของเราเพียงอย่างเดียว เพราะคนชอบดื่มกาแฟแบบนี้มักจะมีกาแฟหลายๆ ยี่ห้อ และบางวันก็วนเปลี่ยนยี่ห้อดื่มไปด้วยก็ได้

• เฟซบุ๊กมีกับดักของมันอยู่ ซึ่งคนที่จะค้าขายของออนไลน์ต้องรู้เท่าทัน หากถามว่าการบูสต์เพจหรือบูสต์โพสต์ที่ต้องจ่ายเงินให้เฟซบุ๊กนั้นได้ผลหรือเปล่า? สมมติว่าเวลาจะตั้งเพจหรือบูสต์โพสต์ เฟซบุ๊กก็จะให้เรากำหนดตั้งค่าใช่ไหม ว่าเพจของคุณมีเนื้อหาเกี่ยวกับอะไร บริการ อาหาร เครื่องดื่ม กลุ่มเป้าหมายไลฟ์สไตล์อย่างไร รายได้เท่าไหร่ ฯลฯ ตรงนั้นแหละที่อันตราย เพราะเฟซบุ๊กไม่ได้ใช้สมองเหมือนคน มันเป็นเพียงคอมพิวเตอร์ที่ประมวลผลตามที่เราตั้งเกณฑ์เอาไว้กว้างๆ เท่านัั้น

• อธิบายให้ชัดเจนขึ้นก็คือ การที่เราคิดว่าลูกค้าของเราน่าจะเป็นแบบไหน มีไลฟ์สไตล์ สนใจอะไรบ้าง รายได้เท่าไหร่ ฯลฯ นั่นคือสิ่งที่เราคิดไปเอง ซึ่งถ้าระบุกับเฟซบุ๊กว่าให้เลือกเฉพาะคนจากประเทศไทยมันก็จะหาจากคนที่อยู่ในประเทศไทยเท่านั้น แต่สมมติว่าให้หาคนที่มีรายได้ 20,000 บาทขึ้นไป ก็อาจจะไม่ใช่คนที่จะสนใจซื้อสินค้าของเราเลยก็ได้

• แต่เราก็ระบุไว้ด้วยนะว่าชอบดูหนังฟังเพลงและเที่ยวนอกบ้าน แล้วถามว่าคนที่กินกาแฟไม่ฟังเพลง ไม่เที่ยวนอกบ้านหรือ คือแม้จะมีการกำหนดตั้งค่า แต่ที่เฟซบุ๊กให้คนเหล่านั้นเห็นโพสต์ของเราเพราะมีข้อมูลตรงกับค่าที่เราตั้งเอาไว้ หรือมีพฤติกรรมกดไลค์อะไรง่ายๆ คือมันเป็นเกณฑ์การคัดสรรกว้างๆ ซึ่งเฟซบุ๊กเองก็ไม่ได้ตั้งใจจะหลอกเรานะ เพียงแต่เขายังหาระบบที่ละเอียดกว่านั้นไม่ได้เท่านั้นเอง

เรื่อง : วรัญญู อินทรกำแหง
ภาพ : วงศกร ยี่ดวง

media-top