media-top

Think Outside The Box & Be Creative
แค่ คิดออกจากกรอบ

ในยุคที่แบรนด์แฟชั่นจากต่างประเทศตบเท้าเข้ามาให้เราเลือกหยิบจับสวมใส่กันอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง แต่มันไม่เคยทำให้ ศิริทิพย์ ศรีไพศาล ผู้อำนวยการผลิตภัณฑ์แบรนด์ DA+PP รู้สึกถอดใจหรือเสียความมั่นใจลงไปเลย เพราะเธอเชื่อว่า หากทำสินค้าออกมาให้มีคุณภาพและโดนใจคนซื้อ อย่างไรก็มีที่ว่างให้แบรนด์ไทยเติบโตได้เสมอ

“จุดยืนของเราไม่ใช่ความเป็น Fast Fashion แต่เป็นเรื่องของตัวตนและสไตล์ที่แข็งแรง ทุกครั้งที่เราออกคอลเล็กชันใหม่จะมีพัฒนาการในตัวสินค้าที่ดูสดใหม่อยู่เสมอ”

• เราคิดว่าถ้าตัวเองเข้าไปทำงานกับทีมของ Dapper ซึ่งมีโครงสร้างของธุรกิจที่แข็งแรงแล้ว เราก็อาจช่วยงานได้แค่ระดับหนึ่ง แต่จะไม่สามารถเรียนรู้ด้วยตัวเองได้อย่างเต็มที่ และคงจะดีกว่าถ้าเราสร้างแบรนด์ใหม่ขึ้นมา เราจึงทำแบรนด์ DA+PP โดยมีเป้าหมายให้เป็นแบรนด์แฟชั่นที่เข้ากับสไตล์ของคนรุ่นใหม่ และสามารถสวมใส่ได้ง่ายสำหรับทุกคน

• ความท้าทายอยู่ที่การทำอะไรที่แตกต่าง โดยเอาหลักของแบรนด์แม่มาดูว่าทำแบบนี้แล้วดี ทำแบบนี้แล้วไม่น่าจะใช่มาวิเคราะห์ แต่พอถึงเวลาจริงๆ ก็พบว่าความยากนั้นอยู่ที่การสร้างระบบและทีมงาน ซึ่งเรื่องนี้ไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว เราจึงต้องคิดนอกกรอบให้มาก และรับฟังคำติชมว่าเป็นอย่างไร บางครั้งต้องอาศัยการปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ต่างๆ ควบคู่กัน

• เราใช้วิธีเช่าพื้นที่โปรโมชันตามศูนย์การค้าแล้วนำสินค้าไปวาง ซึ่งปกติของที่จะวางอยู่ตรงนั้นจะเป็นสินค้าที่นำมาลดราคา ซึ่งเป็นการสร้างความแตกต่าง เพราะสินค้าของเราที่วางจำหน่ายเป็นของใหม่ คอลเล็กชันล่าสุด เราใช้วีธีนี้การสร้างบรรยากาศของพื้นที่ให้น่าสนใจ และดึงดูดใจคนที่ผ่านมาเห็น

• นอกจากตระเวนทำประชาสัมพันธ์ตามจังหวัดต่างๆ แล้ว เรายังชอบบรรยากาศของร้านที่เป็นพื้นที่เปิดมากกว่า เพราะถ้าวางขายในร้านตามปกติ กำแพงจะกลายเป็นสิ่งที่ปิดกั้นให้คนไม่กล้าเดินเข้ามาดูสินค้า การใช้พื้นที่เปิดจะช่วยให้แบรนด์ทำความรู้จักกับกลุ่มลูกค้าหน้าใหม่ๆ ได้

• เรามักเดินทางไปฟังเสียงตอบรับในทุกที่ที่ไปได้ เพราะนอกจากจะได้ทราบความต้องการอย่างแท้จริงของผู้บริโภคแล้ว เรายังจะได้รู้ถึงการทำงานของทีมงานด้วย รู้ว่าสินค้าแบบไหนที่วางแล้วคนไม่หยิบ ซึ่งแต่ละที่ แต่ละจังหวัด รสนิยมของคนก็ไม่เหมือนกัน แม้กระทั่งการจัดวางรูปแบบร้าน ส่วนสูงของเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้ เพราะทั้งหมดนี้ส่งผลแก่สายตาของคนว่าเขาจะมองเห็นสินค้าของเราหรือไม่

1111111• เรายอมรับว่าตัวเองทุ่มเทเวลาให้กับการทำงานและการเดินทางเพื่อตามหาข้อมูลการตัดเย็บเสื้อผ้าแบบใหม่ๆ เป็นหลัก จึงใช้วิธีตั้งกฎให้ตัวเองว่าต้องออกกำลังกายให้ได้สัปดาห์ละ 5 วัน ด้วยการว่ายน้ำ ซึ่งการว่ายน้ำนอกจากจะทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายแล้ว ยังเป็นการทำสมาธิไปในตัวด้วย เวลาเราว่ายน้ำเหมือนกับเราได้อยู่กับตัวเอง ความคิดที่เคยติดขัด ณ ตอนนั้น อยู่ๆ ก็เหมือนคลี่คลายออกไป และทำให้เกิดความคิดใหม่ๆ ได้

• คุณพ่อเคยบอกว่า ถ้าตัดสินใจทำในสิ่งที่ไม่เคยทำหรือไม่แน่ใจว่าทำแล้วจะประสบความสำเร็จไหม ก็ให้คิดเสมอว่าสิ่งที่แย่ที่สุดที่จะเกิดขึ้นคืออะไร ถ้าเรารับได้กับผลลัพธ์นั้น และรู้ว่าเราจะแก้ไขปัญหากับมันได้
ก็ลงมือทำ แต่อย่าทำสิ่งที่คิดว่าน่าจะเวิร์ก ลองทำดู โดยที่เราไม่คำนึงถึงผลที่ได้ เพราะถ้าเกิดผลลัพธ์ที่ดีก็ดีไป แต่ถ้าไม่ดีเราก็จะมีปัญหาตามมา ถ้าเผื่อใจและเตรียมแก้ไขปัญหาไว้ เราก็จะรับมือกับสิ่งที่เกิดขึ้นได้

• ถ้าจะลองให้คะแนนตัวเองถึงการทำงานในปีที่ผ่านมา เต็ม 10 เราให้ 8 แต่ถ้าเป็นความพยายามเราให้ 12 ไปเลย (หัวเราะ) เพราะเป้าหมายที่วางไว้ก็ประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้ดีเท่าที่ควรจะเป็น เรื่องเศรษฐกิจก็อีกเป็นปัจจัยหนึ่ง และเป็นช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงด้านโปรดักชันและทิศทางของสินค้าบางส่วนด้วย ซึ่งก็ต้องนำบทเรียนมาปรับปรุงใช้ต่อไปในปีนี้

• แน่นอนว่าทำธุรกิจแล้วต้องไม่เดินถอยหลัง ต้องเดินไปข้างหน้า ไม่ใช่ย่ำอยู่ที่เดิม นอกเสียจากว่าคุณมีเหตุผลว่าการเติบโตประมาณนี้ถูกต้องแล้ว บางทีก็ไม่จำเป็นว่าจะต้องเติบโตอย่างเดียว แต่ต้องมีการพัฒนา

• ธุรกิจมีการเปลี่ยนแปลงทุกนาที อะไรที่เคยทำแล้วสำเร็จ ครั้งต่อไปอาจจะล้มเหลวก็ได้ แต่ถ้าเป็นเรื่องของการเติบโตแบบก้าวกระโดด ต้องดูความพร้อมของตัวเอง บุคลากร การเงิน และทุกๆ อย่างให้ดีเสียก่อน ว่ามีความสอดคล้องกันหรือเปล่า เราต้องมองทุกอย่างตามหลักของความเป็นจริง

• การนำคนมาร่วมทีม ต้องศึกษานิสัยใจคอของเขา เพราะเราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงตัวตนของใครได้บางคนคุยกันไม่ได้นานเขาก็พร้อมจะเปิดรับอะไรใหม่ๆ ทำให้เข้ากันได้เร็ว แต่บางคนอาจจะต้องใช้เวลาสักหน่อยแต่สุดท้ายเราก็สามารถทำงานร่วมกันได้

• บางครั้งการเลือกคนมาร่วมงานก็มีความผิดพลาด เพราะเชื่อว่าคนคนนี้หน่วยก้านน่าจะใช้ได้ แต่พอผ่านช่วงทดลองงานแล้วพบว่าเขายังไม่เหมาะกับเรา ก็ต้องใช้การพูดจากันแบบตรงๆ เพราะเราเป็นคนไม่ชอบเก็บความอึดอัดเอาไว้กับตัว ถ้าทำงานด้วยกันแล้วไม่ลงตัว ก็ต้องตัดสินใจบอกเขาไปตามตรง

• เสื้อผ้าไม่ว่าจะเป็นของคนวัยไหน มันไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงมากเท่าไหร่ สินค้าผู้ชายก็จะมีอยู่บางตัวที่ผู้ชายชอบอย่างนั้นไปเรื่อยๆ เราก็เติมลูกเล่นเล็กๆ น้อยๆ ลงไป และมันก็ได้ผล คนก็ยังชอบกันอยู่ ซึ่งความต้องการนี้ทำให้เราหายใจได้ ไม่ต้องมานั่งวิ่งไล่ตามแฟชั่นตลอดเวลา จุดยืนของเราไม่ใช่ความเป็น Fast Fashion แต่เป็นเรื่องของตัวตนและสไตล์ที่แข็งแรง ทุกครั้งที่เราออกคอลเล็กชันใหม่ ก็จะมีพัฒนาการในตัวสินค้าที่ดูสดใหม่อยู่เสมอ


เรื่อง : ทรรศน หาญเรืองเกียรติ
ภาพ : กฤตธกร สุทธิกิตติบุตร

media-top