media-top

ล้ง 1919 (LHONG 1919) เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ ที่มีเสน่ห์ชวนหลงใหล ด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ไทย-จีน ที่มีอายุยาวนานถึง 167 ปี เดิมทีที่แห่งนี้เป็นท่าเรือกลไฟและโกดังเก่า เป็นสถานที่ที่มีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์ไทยมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 ในนามท่าเรือ“ฮวง จุ่ง ล้ง” อันเป็นจุดเชื่อมความสัมพันธ์อันรุ่งเรือง ในช่วงยุคทองของการค้าระหว่างไทย-จีน วันนี้ ตระกูลหวั่งหลี ผู้เป็นเจ้าของ ได้ร่วมกันปลุกมรดกทางวัฒนธรรมของบรรพบุรุษให้ฟื้นคืนกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ด้วยการพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่า

“ด้วยความรัก ความภาคภูมิใจ และหัวใจอนุรักษ์ของลูกหลานตระกูลหวั่งหลี นำมาสู่โครงการ ล้ง 1919 ที่เป็นมากกว่าการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์อันเป็นมรดกของครอบครัว เราทุ่มเทอย่างเต็มที่เพื่อให้ ล้ง 1919 เป็นมรดกทางศิลปวัฒนธรรมไทยจีน ที่นอกจากจะเป็นความภาคภูมิใจของลูกหลานตระกูลหวั่งหลีเองแล้ว ยังรวมถึงลูกหลานชาวไทยจีนทุกคนด้วย” คุณรุจิราภรณ์ หวั่งหลี หัวเรือใหญ่ ผู้ก่อตั้งโครงการ

ล้ง 1919 (LHONG 1919) มีจุดไฮไลท์ที่มีความสำคัญ คือ

อาคารไม้สถาปัตยกรรมจีนโบราณ

งดงามเรียบง่ายด้วยสถาปัตยกรรมจีนซึ่งเป็นที่นิยมในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.3) ลักษณะอาคารแบบก่ออิฐถือปูน พื้นและเครื่องหลังคาสร้างจากไม้เสาสร้าง ลักษณะป่องกลางตามแบบที่คนจีนนิยม เป็นอาคารหมู่แบบ “ซาน เหอ หยวน” ซึ่งเป็นการออกแบบวางผังอาคารในแบบจีนโบราณลักษณะอาคาร 3 หลัง เชื่อมต่อกัน 3 ด้าน เป็นผังรูปตัว U ซึงอาคารประธานตรงกลาง ภายในเป็นที่ต้้งของศาลเจ้าแม่หม่าโจ้ว (MAZU)

ศาลเจ้าแม่หม่าโจ้ว (MAZU)

เป็นสถานที่มีคุณค่าสำคัญอันเป็นเอกลักษณ์ของชุมชนจีนที่นี่ และอยู่คู่ “ฮวง จุ่ง ล้ง” มาตั้งแต่ก่อตั้งจนถึงปัจจุบัน ในอดีตเวลาคนจีนเดินทางโพ้นทะเลมาถึงฝั่งไทย ก็จะมากราบสักการะเพื่อขอบคุณที่ช่วยให้เดินทางโดยสวัสดิภาพ และเมื่อจะเดินทางกลับก็จะมากราบลาเช่นกัน นับเป็นศูนย์รวมของคนจีนในแผ่นดินไทยมายาวนานถึง 167 ปี

ภาพจิตรกรรมฝาผนังโบราณ

ภาพจิตรกรรมที่ซ่อนตัวอยู่ภายใต้สีที่ฉาบทับไว้เป็นเวลานาน เป็นภาพเขียนสีด้วยพู่กันบนผนังปูน ที่ยังความสวยงาม และมีเสน่ห์ด้วยลวดลายจากปลายพู่กัน ที่สันนิษฐานว่าเกิดจากช่างฝีมือชาวจีนในอดีต

ล้ง 1919 (LHONG 1919) ยังมีเสน่ห์ที่น่าค้นหาอีกมากมาย ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้การมาเที่ยวครั้งนี้ของใครหลายๆ คน ไม่เพียงแค่ได้ความสุขและรอยยิ้มกลับไป เพราะสำหรับเรามันยังได้ความรู้ความประทับใจ และที่สุดแล้วคือความภูมิใจในความรักของตระกูลหวั่งหลีที่มีต่อบรรพบุรุษ ในการช่วยกันรักษามรดกทางวัฒนธรรมชิ้นนี้ไว้ หากเราทุกคนจะมองเห็นคุณค่าอันเป็นมรดกที่บรรพบุรุษสร้างไว้คงจะดีไม่น้อย โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ธุรกิจเข้ามามีบทบาทในชีวิตของคนเรา จนบทบังความงามและคุณค่าบางอย่างไป ไม่เช่นนั้นแล้วเราจะหลงเหลืออะไรให้ลูกหลานได้ภาคภูมิใจได้บ้าง?

ขอบคุณข้อมูลจาก govivigo.com/ Sanook.com