MORE THAN TEA IN A CUP : ชาที่ไม่ใช่แค่ชา

media-top

อย่าเพิ่งเบื่อคำว่าสโลว์ไลฟ์ หรือคิดว่ารู้จักคำนี้ดีพอ ถ้ายังไม่เคยรู้จักสุนทรียศาสตร์ของการดื่มชาตะวันออก ที่ก้าวผ่านคำว่าเครื่องดื่มไปสู่การเป็นศิลปะ วัฒนธรรม และปรัชญาในการดำเนินชีวิตไปแล้ว เพราะชาสำหรับวันนี้ไม่ได้ดื่มเพื่อดับความกระหาย แต่เราดื่มเพื่อสร้างการรับรู้ทางปัญญาบางอย่างไปพร้อมๆ กัน

ในซอยเอกมัยที่มีรถวิ่งผ่าน 24 ชั่วโมง มีมุมสงบเล็กๆ ให้เราได้นั่งพิจารณาความคิดอยู่กับตัวเองใน Peace Oriental Teahouse กับชาญี่ปุ่นและชาจีนออริจินัลปราศจากการแต่งกลิ่นกว่า 20 ชนิด ที่เจ้าของร้าน (ธีรชัย ลิมป์ไพฑูรย์) ใช้เวลาทั้งชีวิตค่อยๆ สะสมและ คัดสรรเองถึงแหล่งผลิตบนยอดเขาต่างๆ

3

ความประทับใจอย่างแรกทันทีที่มาถึงคือการตกแต่งร้านที่เรียบง่ายมาก ทั้งโต๊ะ เก้าอี้ ชั้นวางของ เฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ไม่มีชิ้นไหนที่ดูเกะกะ รกสายตา เป็นเหมือนสถานที่ที่ไม่ต้องสนใจอะไรทั้งสิ้นนอกจากชา คู่สนทนา และตัวเอง

เราแนะนำให้เลือกนั่งเคาน์เตอร์เพื่อขอคำแนะนำเรื่องชา วิธีการชง และวิธีการดื่มที่ถูกต้องจาก Tea Master ของทางร้าน ซึ่ง สำคัญมากสำหรับคอชามือใหม่ เพราะแค่การหายใจเข้า-ออกระหว่างดื่มก็อาจเปลี่ยนสัมผัสรับรู้ของชาแต่ละตัวได้ทันที ที่สำคัญ ความรัก ประสบการณ์ และปรัชญาที่ได้รับจากการศึกษาเรื่องชาของ Tea Master แต่ละคนนั้นลึกซึ้งถึงขั้นเหมือนได้อ่านหนังสือปรัชญาเล่มหนึ่งเลย

2

สำหรับคนที่ตามหารสชาติ ‘อูมามิ’ ที่นี่มีรสชาตินั้นให้สัมผัสแบบเต็มๆ ใน Gyokuro ชาเขียวที่ได้รับการยอมรับว่าคุณภาพสูงที่สุด กินได้ทั้งร้อน-เย็น กระทั่งเอาใบชามาผสมกับซอสยูซุ ซึ่งจะได้รสอูมามิจากชาแท้ๆ รสชาติอาจจะไม่ค่อยคุ้นลิ้นคนไทยเท่าไหร่ แต่เป็นรสชาติที่ต้องลองให้ได้สักครั้งในชีวิต

ที่เราชอบที่สุดยกให้ชาเก๊กฮวยที่ทำให้ลืมทุกน้ำเก๊กฮวยที่เคยกินมา เสิร์ฟมาแบบร้อนมาก แต่เวลาที่เราดื่ม สูดลมหายใจเอากลิ่นอ่อนๆ เข้าไป แล้วเมื่อหายใจออกยาวๆ ทุกอย่างจะเปลี่ยนเป็นความเย็นในร่างกายได้แบบมหัศจรรย์มาก

5สำหรับคนที่ชอบกินขนมหวาน ทางร้านมีซากุระโมจิที่ทำโดยคุณยายชาวญี่ปุ่นที่ชื่นชอบร้านนี้จนยอมทำให้ แต่จะยอมทำให้แค่ 3 วันคือวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ จำนวนวันละ 10 ชิ้นเท่านั้น

ต้องเร็วแล้วนะ!


WHERE: ริมถนนก่อนถึงเอกมัย ซอย 4
OPEN: วันอาทิตย์-วันพฤหัสบดี 12.00-20.30 น.
วันศุกร์-วันเสาร์ 12.00-23.00 น.


ชาปัญญา

7

ร้านนี้ขึ้นชื่อเรื่องชาจีนโดยเฉพาะ ที่เราชอบที่สุดคือชาจื่อหลั่งเฮียง ชาที่เก็บได้แค่ปีละครั้ง และใช้เวลาหมัก 2 ปี จึงจะมีกลิ่นและรสของลิ้นจี่แทรกตัวอยู่ในตอนท้าย ตัดกับความเข้มของชาให้บางลง

6

หรือจะลองเป็นหลงจิ่ง ชาเขียวที่รสชาติอ่อนลงมาหน่อย มีความหวานเล็กๆ เพิ่มความสดชื่น ดื่มง่าย และเช่นเดียวกัน เราแนะนำให้นั่งที่เคาน์เตอร์เพื่อพูดคุยกับ Tea Barista ของร้าน จะเพิ่มอรรถรสและความเข้าใจได้อีกเยอะสำหรับคนที่ชอบดื่มแบบเย็นๆ แนะนำ

9

8

เมนูที่มีคนสั่งเยอะมากคือ Midsummer Dream ชาที่ได้จากการเบลนด์ระหว่างใบหม่อน หญ้าหวาน กระเจี๊ยบ และกุหลาบฝรั่ง ที่มีกลิ่นหอมของดอกไม้ ความหวาน เปรี้ยวผสมกันแบบลงตัวในจิบเดียว ที่ร้านยังมีขนมหวานอีกหลายชนิด อย่างขนมเปี๊ยะโบราณ
วุ้นชาอู่หลง และชาหอมหมื่นลี้ ที่จะอร่อยยิ่งขึ้นเมื่อทานคู่กับชาไปด้วย

1


WHERE: ในซอยสุขุมวิท 59
OPEN: 11.00 – 20.00 น. (ปิดวันจันทร์)


THE WAY OF MEDITATION

4

1. รู้จักรอ: การชงชาแบบนี้มีขั้นตอนที่ค่อนข้างยุ่งยาก ชาบางตัวต้องต้มที่อุณหภูมิที่กำหนด ในเวลาที่กำหนด บางตัวต้องรอจนหมดหยดสุดท้าย ให้สังเกตทุกท่วงท่าขณะชงให้ดี ห้ามหงุดหงิดหรือใจร้อนเด็ดขาด

2. รู้จักฟัง: ฟังเสียงน้ำที่ไหล ฟังคำอธิบายจากคนชง ฟังเพื่อนที่มาด้วยกัน ฟังคนข้างๆ ที่เข้ามาทำความรู้จัก ฟังให้มากพูดให้น้อย เพราะการฟังคือบ่อเกิดของปัญญา

3. รู้จักคิด: คิดต่อจากสิ่งที่ฟัง คิดอย่างมีสติ จดจ่ออยู่กับตัวเอง อยู่กับคู่สนทนาตรงหน้า อย่าเพิ่งฟุ้งซ่านอัพรูป รอออกจากร้านก่อน

4. รู้จักหายใจ: หลักการง่ายๆ คือหายใจออก
ให้ยาวที่สุดหลังจิบชาลงไป แล้วพิจารณาดูให้ดีว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างในช่วงลมหายใจนั้นๆ

5. รู้จักเลือก: ชาที่ดีคือชาที่ ‘ชอบ’ เพราะการรับรู้ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ไม่ต้องรู้สึกอายถ้าเราไม่ชอบชาที่หลายคนแนะนำ เลือกชาที่กินแล้วรู้สึกดี แล้วดื่มด่ำกับรสชาติและสัมผัสตรงหน้าก็พอ


ที่มา
เรื่อง: ณัฐนันท์ เฉลิมพนัส