Verona

media-top

ThinkstockPhotos-517796755

สิ่งหนึ่งที่เราน่าจะได้เรียนรู้คล้ายๆ กันจากบทประพันธ์เรื่อง Romeo and Juliet ของเชกสเปียร์คงหนีไม่พ้นเรื่องการเสียสละทุกอย่างเพื่อความรักแต่ก็อดสงสัยไม่ได้ว่าคนเราจะรักกันได้มากขนาดนั้นเลยหรือ ใครที่ตั้งคำถามแบบนี้แปลว่ายังไม่เคยไปเวโรนา ประเทศอิตาลี เมืองที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองแห่งความรักและความโรแมนติก ทั้งยังเป็นฉากหลังของเหตุการณ์ทั้งหมดที่อยู่ในบทประพันธ์โศกนาฏกรรมรักเรื่องนี้

ThinkstockPhotos-117884140-2

ThinkstockPhotos-178504355

จากประวัติศาสตร์อันยาวนานถึง 2,000 ปี นับจากสมัยโรมัน เมืองเวโรนาจึงได้รับเลือกจากองค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ UNESCO ให้เป็นเมืองมรดกโลกทางวัฒนธรรมมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 2000 เพื่อยกย่องศิลปวัฒนธรรมที่มีมาตั้งแต่อดีต และยังได้รับการรักษาอย่างดีมาจนทุกวันนี้

The City Fact

เวโรนา คือเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสาม ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศอิตาลี ซึ่งหลายคนอาจจะเคยได้ยินชื่อมาก่อน ในฐานะที่เป็นบ้านเกิดของจูเลียต นางเอกในบทประพันธ์ชื่อดังจากเกาะอังกฤษอย่าง Romeo and Juliet และยังมีผลงานเรื่องอื่นๆ ของเชกสเปียร์ที่เกี่ยวข้องกับเมืองนี้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น The Two Gentlemen of Verona หรือ The Taming of the Shrew

ThinkstockPhotos-475529938

ThinkstockPhotos-542559382

สิ่งหนึ่งที่เป็นตัวแทนของ ‘ความเก๋า’ ได้ดีที่สุดคงเป็นเวโรนาอารีนา ที่มีลักษณะคล้ายกับโคลอสเซียมที่กรุงโรม สร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 1 เพื่อเป็นที่จัดแสดงโชว์ต่างๆ ปัจจุบันก็ยังใช้งานเพื่อการแสดงโอเปราขนาดใหญ่อยู่เรื่อยๆเมื่อก่อนสามารถจุคนได้ 30,000 คน แต่ตอนนี้ทางการลดให้เหลือเพียงครึ่งเดียว เพราะห่วงในเรื่องของความปลอดภัย

ThinkstockPhotos-479659430

ThinkstockPhotos-508423056

สถานที่ถัดมาที่อยู่ติดกันคือจัตุรัสบรา ชาวอิตาเลียนเรียกสั้นๆ ว่า ‘บรา’ เป็นจัตุรัสที่ใหญ่ที่สุดในเมืองนี้ หรือบางคนอาจจะบอกว่าใหญ่ที่สุดในประเทศ บริเวณจัตุรัสเรียงรายไปด้วยคาเฟ่ ร้านอาหาร อาคารสีสันน่ารัก และสวนขนาดใหญ่ตรงกลาง แม้ร้านรวงโดยรอบจะมีราคาค่อนข้างแพงเนื่องจากเป็นแหล่งท่องเที่ยว เราก็สามารถนั่งในสวนเหมือนคนท้องถิ่นที่มานั่งดูนักท่องเที่ยวได้โดยไม่ต้องเสียเงิน

Two households, both a like in dignity, In fair Verona, where we lay our scene.

Shakespeare, an English poet

ThinkstockPhotos-579408366

เดินมาอีกประมาณ 10 นาทีจะพบกับ Casa di Giulietta หรือบ้านของจูเลียต บ้านหลังนี้เคยเป็นของตระกูล Cappello ซึ่งไปคล้ายคลึงกับชื่อตระกูล Capulet ของจูเลียต บนกำแพงในอุโมงค์ทางเข้าเต็มไปด้วยข้อความรักจากผู้หญิงทั่วโลกที่แวะเวียนมาที่นี่ และด้านในมีรูปปั้นทองแดงของจูเลียตตั้งอยู่ ว่ากันว่าใครได้ถูบนหน้าอกขวาของรูปปั้นนี้ คนคนนั้นจะได้พบรักแท้ในเร็ววัน และก่อนจะกลับ ก็อย่าลืมส่งจดหมายถึงจูเลียต ซึ่งจะได้รับการตอบกลับโดยอาสาสมัครท้องถิ่นที่เรียกตัวเองว่า ‘คณะเลขาของจูเลียต’

ThinkstockPhotos-490217650

การดูวิวบนหอคอยแลมเบอร์ติที่ความสูง 84 เมตร น่าจะเป็นการจบทริปวันนั้นได้อย่างดีที่สุด หอคอยแห่งนี้สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 12 เป็นเหมือนกับสัญลักษณ์ของเมืองเวโรนา เพราะตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ใจกลางเมือง และยังเป็นสถานที่ที่ให้เราได้มาดื่มด่ำไปกับบรรยากาศสีอิฐของเมืองเวโรนาเคล้ากับแสงอาทิตย์ยามเย็นที่ค่อยๆ จางลงเรื่อยๆ มองดูสถานที่ที่ไปเยือนก่อนหน้านี้ด้วยสเกลที่เล็กลงจนแทบมองไม่เห็น ก่อนจะบอกลาเวโรนาในใจด้วยถ้อยคำโรแมนติกที่ไม่เคยพูดกับใครมาก่อน

WHAT YOU NEED TO KNOW

ศูนย์รับคำร้องขอวีซ่าประเทศอิตาลี
ตึกสีลมคอมเพล็กซ์ ชั้น 15 ยูนิต C ถนนสีลม แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพฯ 10500 โทร. 0-2118-7001
การเดินทาง
สายการบินลุฟต์ฮันซา www.lufthansa.com
สายการบินบริติชแอร์เวย์ www.britishairways.com
ใช้เวลาเดินทางประมาณ 15 ชั่วโมง